บางส่วนในเอนทรี่นี้จะพูดถึง Batman the Dark Knight
ใครยังไม่ได้ดู อย่าอ่าน
แต่ว่า ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องทั้งหมดซะหน่อย
จะซีเรียสไปทำไม
"Why so serious?"
เริ่มล่ะ....
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ไม่ค่อนสุขเท่าไร
มีบางเรื่องที่สร้างความกระวนกระวายใจ
จนบางที พยายามคิดในแง่ดีแล้วก็ไม่ไหว
โกโก้ขมๆ หนึ่งแก้วยังช่วยไม่ได้
นั่งทำงานทั้งวันก็จริง
แต่งานเขียนกลับเพิ่มปริมาณแบบหนอนกระดึ๊บๆ
ตอนเย็น ออกไปเต้น เหงื่อออก สารเอ็นโดฟินจะหลั่ง
หวังว่าจะบรรเทาอาการป่วนๆ ข้างในได้
และวันนี้ได้เต้นชะชะช่าสมใจอยาก
ต่อด้วยดู Batman the Dark Knight
ได้หลุดออกจากโลกจริงชั่วครู่ชั่วยามก็ยังดี
แต่หนังดันกระชากอารมณ์ให้กลับไปแกว่งแบบไม่รู้ทิศทางเสียนี่
ฉันจำได้... ความรู้สึกที่ได้ดู Batman Begins เมื่อ 2 ปีก่อน
เดินออกจากโรงหนังแบบอิ่มใจ
ทั้งที่ Batman Begins
ก็ไม่ได้ชูแบทแมนให้เป็นฮีโร่จนเกินมนุษย์ธรรมดา
ไม่ได้ให้เก่งจนต้องร้อง อู้ อ้า โอ้โห!!!
จนลืมที่จะปูความเป็นไปเป็นมาแบบสมเหตุสมผล
แต่พอมาถึง Batman the Dark Knight
กลายเป็นว่าฉันดูไม่จบเรื่อง
ทั้งที่หนังมันดีมาก ทั้งฉาก ทั้งเรื่อง ทั้งบท
ทุกอย่างมีเหตุมีผลรองรับ มากด้วยบทพูดที่ฉันชอบ
หากแต่ "ความเป็นคน" ในเรื่องนี้
มันมากเกินที่ฉันเตรียมใจมารับจากหนังซูเปอร์ฮีโร่
เรื่องหนัก จนฉันไม่แน่ใจว่า
ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานมาดูหรือเปล่า
แม้จะไม่หนัก โหด และเหี้ยมเท่า Pan's Labyrinth
ทว่ามีหลายฉากอยู่ ที่ผู้ใหญ่แบบฉันยังต้องหรี่ตาดู
ไม่อย่างนั้น อาจเพราะฉันมันก็ผู้ใหญ่ประเภทใจปลาซิว
หรือไม่ ก็เพราะฉันเอาใจไปไว้กับเรื่องมากเกิน
จนรู้สึกทรมานมาก เมื่อถึงฉากที่แบทแมนพบว่า
เขาถูกโจ๊กเกอร์หลอกให้ไปช่วยผิดคน
หรือการเผชิญหน้าระหว่างฮาร์วี่ย์ กับวายร้ายโจ๊กเกอร์
ซึ่งตอนนี้ใบหน้าครึ่งหนึ่งของฮาร์วี่ย์ถูกไฟเผาไหม้
จนแทบดูไม่เป็นผู้เป็นคน
และต้องมาพบกับความจริงที่ว่า เขาสูญเสียคนรักไปแล้ว
เพราะไอ้ตัวการที่กำลังปั่นหัวให้เขาแทบขาดใจอยู่ตอนนี้
ฉันลุกออกจากโรงหลังจากฉากนั้นยังไม่จบดี
ความเป็นคน ในหนังฮีโร่เรื่องนี้ มันบีบใจมากจริงๆ
ถ้าใครได้ดู Batman Begins จะรู้ว่าแบทแมนคือมนุษย์ธรรมดานี่เอง
คงไม่ต่างจากพระพุทธเจ้า
แท้ที่จริงพระองค์ก็คือปุถุชนที่ค้นพบทางหลุดพ้น
แล้วพวกเรานี่ล่ะที่ปรุงแต่งความจริงจนกลายเป็นเรื่องอัศจรรย์กันไป
แบทแมนไม่ต่าง... คนธรรมดาที่มีปมบางอย่าง
จึงต้องหาหนทางต่อสู้กับความทรงจำอันเลวร้าย
ดังนั้น ใน Batman The Dark Knight
อย่าหวังว่าจะเห็นฮีโร่ที่หมากัดไม่เข้า ปืนเอาไม่อยู่
อย่าหวังว่าจะเห็นฮีโร่ที่สุขุมลุ่มลึก ตัดสินใจอะไรไม่เคยพลาด
อย่าหวังว่าจะเห็นฮีโร่ที่จัดการกับวายร้ายได้แบบไม่เสียท่า
อย่าหวังว่าจะเห็นฮีโร่ที่มีแต่คนชื่นชม ไร้คนต่อต้าน
และอย่าหวังว่าจะไม่มีวันได้เห็นตัวเอกของเรื่องตาย
แต่ฉันชอบอะไรๆ แบบนี้
ชอบความดราม่าที่มาพร้อมแอกชั่นที่ไม่ขัดหูขัดตา
ชอบที่ซูเปอร์ฮี่โร่คนนี้ยังมีความเป็นมนุษย์มนาในตัว
ชอบ ฮีธ เลจเจอร์ ที่รับบทเป็นโจ๊กเกอร์มากๆ ด้วย
ดีจริงที่ได้ดูเขารับบทนี้
เพราะเขาจะไม่รับเล่นหนังอีกแล้ว! (แน่ล่ะสิ)
เรียกว่าขโมยซีนแบทแมนไปได้เลย
: : : :
วิ่งฝ่าสายฝนไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน
เกิดคำถามแว่บเข้ามาในใจ
ในเมื่อหนังมันลงตัวขนาดนี้แล้ว
ทำไมถึงดูจนจบไม่ได้
ถึงตอนนี้ไม่แน่ใจเสียแล้ว
ว่าหนังเครียดมากไป หรือใจไม่ค่อยสบายดีกันแน่
ฉากหนึ่งในหนัง โจ๊กเกอร์มันเล่าปูมหลังของตัวเอง
"Why so serious?"
เล่าจบ มันก็ถามคนฟังว่าจะเครียดไปทำไม
เหมือนคำถามนี้พุ่งมาที่ฉันยังไงก็ไม่รู้
นั่นสิ จะเครียดไปทำไม
อีกไม่นานช้า พรุ่งนี้ก็มาถึงแล้ว
แต่จะมาพร้อมกับความรู้สึกใดกัน
นั่นปะไร คิดให้ป่วนสมองอีกแล้ว
"Why so serious?"
: : : :
เมื่อโลกจริงไม่มีเรื่องใดให้ว้าวุ่นใจ
จะกลับเข้าไปในโลกสมมติของแบทแมนและโจ๊กเกอร์อีกที