2008/Sep/30

ดวงไฟสีส้ม ห่มหุ้มพื้นที่อันจำกัด
เก้าอี้เตี้ยๆ จัดวางไม่ชิดไม่ห่างกันนัก
ใกล้และไกลเพียงพอให้เห็นใบหน้าคู่สนทนาแจ่มชัด
ทว่าต้องใช้พลังงานมากอยู่ เมื่อเปล่งเสียงพูดคุย
ด้วยมีเสียงเพลงจาก 2 ศิลปินครอบครองอาณาจักร

photo by ssjtoma

เราตกอยู่ในอุ้งมือของค่ำคืน
เบียร์ของฉัน อยู่ในมือสัมผัส และตั้งหน้าตั้งตาพร่อง
ฟองเบียร์ที่ไหลลื่นไปตามลำคอนั้นเต้นสับส่าย
เร้าให้โลกรอบด้านหวั่นไหวไม่เป็นจังหวะ
แม้เสียงเพลงจากนักร้องผู้นั้นขยับไปอย่างไม่เร่งร้อน
แต่ดูเหมือนว่า ความแวววับจากไฟสีส้มจะฉุดให้หลุดเข้าสู่ฟลอร์ดิสโก้

ฉันมองไปรอบด้าน อาจเผลอสบตาใครบ้าง
แต่มิใช่สายตาหวานหวาม และเชื้อเชิญ
แอลกอฮอล์สร้างความวาวให้ดวงตา
แสงสีส้มจุดประกายให้ฉายออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
สายตาหนึ่งจ้องมองมา และพลั้งสบกันเข้า
ใยเล่าจะทันรู้ว่าในแววตาคู่นั้นมีฉันอยู่
ถ้าเจ้าของดวงตามิได้มาบอกกล่าว

เสียงเพลงจากเขา บทสนทนาของเรา แก้วเหล้าในมือ
ความแปลกหน้า ที่คอยตั้งคำถามว่าแรงดึงดูดทำงานเอาตอนไหน
ยิ้มมุมปากที่แปลกประหลาด ถ้อยคำอันฉ่ำชื่นใจ
สายลมสีดำกรูเกรียว โลกพลันเป็นใจ ขับเคลื่อนเชื่องช้า
เราต่างรู้ว่าแค่หลงใหลไปชั่ววูบชั่วยาม
เป็นเทพนิยาย เป็นฝันหวาน เป็นความหลงเพ้อ
ที่บังเกิดในโลกเสแสร้ง

ขณะที่แสงประดิษฐ์ลวงตา จะหาความจริงจังใดเล่า
ความมึนเมาย้อมรอยยิ้มเราให้สวยหวานเกินจริง
กล่อมสุ่มเสียงให้ไพเราะเนิ่นนาน
หยอกยั่วให้ปากโป้ปด เพื่อสร้างคืนอันแสนสมบูรณ์
ตาเนื้อว่างเปล่า มิอาจซอกซอนเข้าไปพบกับเนื้อแท้ของอีกฝ่าย

ละมุนละไมอย่างไร้ความจีรัง
กำซาบไว้ในความรู้สึก ว่าเพียงเรื่องของคืนหนึ่งนั้น
แค่จุดตัดเล็กๆ ที่มีความหมายเพียงรอยด่าง
ที่พร้อมจางจากไปตามกาลเวลา

: : : :

จนกว่าจะพบกัน
คนที่ 'พอดี' และ 'ดีพอ'

 



ตินกานต์
View full profile