เสื้อผ้าที่ค้างไว้ที่ราวระเบียงตั้งแต่เมื่อคืน
กลับมาเปียกชื้นอีกครั้ง เมื่อฝนพรำมายามเช้า
ตามตารางงานในหน้าสมุด วันนี้ไม่มีออกกองแต่เช้ามืด
งานทำบุญของออฟฟิศที่ต้องไปร่วมตัวกันแต่วัน ก็ผ่านพ้นไปแล้ว
ฉันตื่นเช้ากว่าวันสามัญธรรมดาที่ผ่าน
หยิบนมในตู้เย็นมาขวดหนึ่ง
คว้าอัลบั้มเพลงมาเปิดฟังหนึ่งแผ่น
การเริ่มต้นอีกหนึ่งวันทำงานของฉันไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ปฏิทินสีแดงบนหัวเตียงเตือนว่าโลกหมุนสู่เดือนตุลาแล้ว
ฝนในวันแรกของเดือนโปรยสายลงมาไม่เป็นจังหวะ
สักครู่นี้บางสาย คล้ายจะซา และฟ้าเหมือนจะเปิด
และเดี๋ยวนี้เอง ที่ฉันเห็นฝนเม็ดหนา
ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขา ทว่าคนที่ต้องเดินทางในเช้านี้ คงลำบากหน่อย
: : : :
เราอยู่ไม่ไกลกันมากนัก
ฟ้าของเขา และฟ้าของฉัน คือฟ้าผืนเดียวกันในยามนี้
อีกฝั่งน่าจะยังคงหลับตา ไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกถึงไอฝนบ้างไหม
ฉันไม่เดือดร้อนกับความเปียกชื้นของโลกในเช้านี้
ลมฝนเย็นดี ใบไม้สีเขียวชุ่มฉ่ำดี แม้ฟ้าจะเป็นสีขาว
สำรวจใจตัวเอง ฉันพบว่าตนมีความสุข
อาจจะสุขแบบสุขบ้าง ทุกข์บ้าง
แต่ก็สามารถเล่าได้เต็มปากถึงความโชคดีที่มี
ฉันยังสามารถแยกแยะสีของฟ้า ฉันยังรู้สึกไปกับกลิ่นของฝน
และยังได้นั่งนึกถึงใครบางคน
นี่เอง... เช้าที่ฟ้ามีฝน เช้าที่ความรักอุ่นอยู่ในใจ
: : : :
"อยากฟังเสียงคลื่นทะเล
อยากนั่งเงียบๆ กับเธอ
นั่งมองฟ้า ค่อยกลายเปลี่ยนสีไป"
ฉันฟัง วรรธนา วีรยวรรธณ ร้องไว้เช่นนี้