ฉันเป็นคนประเภทหลงวันลืมคืนได้ง่ายๆ
หลังจากแอลกฮอล์วิ่งพล่านในร่างเมื่อคืนที่ผ่าน
แล้วตื่นขึ้นมายามเที่ยงเพื่อสบตากับเพดาน
ยังหลงคิดไปว่าวันนี้ อาจจะเป็นวันทำงานวันหนึ่งที่ฉันลืมไปแล้ว
ปฏิทินหัวเตียงบอกว่าเป็นวันเสาร์ ในเดือนสิงหา
และคนข้างๆ ก็ย้ำชัดให้มั่นใจว่า วันนี้เป็นวันของเขา
เราเริ่มวันด้วยสิ่งสามัญธรรมดา
คนหนึ่งเปิดเพลงของวง Little Joy
อีกคนอาศัยฟังด้วย แล้วยังคงมองเพดานไปเพลินๆ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจับใจความของเพลง
แต่ลอบฟังเอาจากท่วงทำนองนั้น
ก็พอจะจับเค้าความสุขได้
อาจจะจริงอย่างที่ 'คุณ' ว่า
บางเสี้ยววินาทีก็มีปริมาณมากกว่าชั่วโมง
วินาทีที่ลืมตาขึ้นมา โดยรู้ว่ามือของคนข้างๆ ยังกุมมือเราไว้
วินาทีที่ยังรู้สึกได้ถึงสองจังหวะลมหายใจ
ก็อาจจะมากมายพอให้วันเสาร์วันนี้
ห่างไกลจากวันที่ว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
: : : :
พระภิกษุเวียดนามท่านหนึ่ง กล่าวถึงการมีสติในปัจจุบันขณะ
โดยใช้การดื่มชามายกตัวอย่าง
สติต้องอยู่กับถ้วย ใจต้องไว้กับชา
ถ้ามัวแต่กังวลกับฝน หรือพะวงกับฟ้า
รู้สึกตัวอีกที ชาก็เกลี้ยงถ้วยเสียแล้ว
นั่นเอง รสชาเป็นอย่างไร คนดื่มด่ำก็เกินจะรู้ได้
วินาทีนี้... ฉันมีอยู่
ฟ้าจะมีฝน ลมจะพัดแรง แดดจะออกจัดในชั่วโมงข้างหน้า
ฉันจะพยายามระลึกรู้เสมอว่า
มันไม่เท่าหนึ่งวินาทีที่มีใครอยู่ข้างๆ
: : : :
เป็นวันเสาร์ที่ฉันอยากเอ่ยคำขอบคุณ
.
.
.
.
วันอาทิตย์... ของฉัน อีกครั้ง
บ่ายวันอาทิตย์ ฟ้าสวยเกินเข้าใจได้
ก็จะให้เข้าใจว่าอย่างไรดี
เพราะฟ้าเป็นสีฟ้าแบบนี้
ที่บางที มีสีฟ้าเข้ม บางครั้งก็ฟ้าอ่อน
หรือจะให้มองว่าเพราะมีเมฆสีขาว
ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเพดานเบื้องบน
ลมล่องหนก็อาจจะมีผล
จับมือกิ่งก้านของไม้ใหญ่ส่ายตัวเบาๆ
แต่ถึงยามนี้แล้ว จะอะไรก็แล้วแต่
ฟ้าก็คือฟ้า เมฆก็คือเมฆ
และสายลมสำหรับฉันก็ยังเป็นพลังงานลวงตา
แต่สิ่งหนึ่งที่พิเศษขึ้นมา
คือสายตาของฉัน ที่มองลม มองเมฆ มองฟ้า
เพราะในแววตาคู่นี้ มีคนคนนี้อยู่
: : : :
ระเบียงสะอาด ห้องน้ำน่าใช้
ฉันรักวันนี้ รักจนขยาดวันจันทร์ที่กำลังมาถึง
แม้เพียงก้าวหนึ่ง...
ก็ไม่อยากก้าวห่าง