เสียงฝนกระหน่ำ ปลุกฉันตื่นในกลางดึก
รู้สึกหนาวกว่าทุกคืนที่ผ่าน
ด้วยก่อนหน้านี้ อากาศยังร้อนอบอ้าว
จึงอาศัยกำลังจากพัดลมเพดาน บวกแรงกับพัดลมตั้งพื้นอีกหนึ่งตัว
เมื่อความเย็นจากฝนเข้ามาผสมโรง
หนาวจึงหนาวทวีขึ้น
พลิกตัวเข้าสวมกอด นั่นเอง จึงนึกขอบคุณความหนาว
: : : :
เราอยู่ข้างๆ กัน นั่งดูหนังที่เรียบง่าย
หนังที่ว่าด้วยความตาย และผู้ชมจะได้เห็นศพตลอดทั้งเรื่อง
วงออเคสตราระดับล่างยุบตัวลง
เขาจึงพ้นจากตำแหน่งมือเชลโล่อย่างตั้งตัวไม่ติด
หนทางหนึ่งคือเดินทางกลับบ้าน
แล้วหางานหาการที่พอเพียงต่อการเลี้ยงชีวิต
เขาขายเชลโล่ทิ้งไป เหลือไว้เพียงกำลังใจที่คอยเคียงข้าง
คือภรรยาที่ยินดียินงามกับการตัดสินใจของเขาเสมอ
บ้านหลังนั้นถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเคยเป็นที่ทางของความรัก ระหว่างเขาและพ่อแม่
วันนี้ มันกลายเป็นบ้านหลังเล็กๆ ในชนบทที่มีเพียงเขาและภรรยา
กับข่าวที่แผ่สะพัดไปได้ง่ายๆ
เมื่อใครคนใดคนหนึ่งทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากคนธรรมดา
แม้เขาจะเต็มใจกับอาชีพใหม่หรือไม่ก็ตาม
การเป็นคนทำพิธีศพ กลายเป็นเรื่องที่เพื่อนเก่า
และภรรยาของเขารับไม่ได้
มือที่เคยเคลื่อนไหวบนเส้นสายเชลโล่
กลายเป็นมือที่แตะต้องศพอยู่ทุกวี่วัน
และสองมือที่ใช้โอบกอดภรรยาของเขานั้น
ก็คือมือคู่เดียวกับที่ผ่านการสัมผัสใบหน้าของร่างไร้ชีวิตมาแล้ว
ภรรยาของเขาร่ำไห้ร้องขอ
จากที่ยินยอมพร้อมรับทางเลือกของเขามาเสมอ
ครั้งนี้ก็กลายเป็นจะเออออตามไม่ได้
"ทำอาชีพธรรมดาๆ ไม่ได้หรือไง"
"แล้วอาชีพที่ผมทำอยู่ไม่ธรรมดาตรงไหน
วันหนึ่งผมก็ต้องตาย คุณก็ต้องตาย เราทุกคนต้องตาย
นี่ล่ะเรื่องธรรมดาที่สุด"
: : : :
Departures ไม่ได้ยัดเนื้อหาดราม่าอะไรมากมาย
ตรงกันข้าม กลับหยิบความตายมาใส่มุกขบขัน
ให้ภาพศพที่เห็น ไม่ดูยากเย็นต่อการชมเกินไปนัก
แต่กระนั้น ก็ยังไม่ทิ้งการบ่มอารมณ์ตามแบบฉบับหนังญี่ปุ่นที่เราคุ้น
ไม่ว่าจะเป็นภาพสวยๆ เพ้อๆ
หรือดนตรีประกอบแบบหลับตาฟังก็ทำเอานิ่งงันได้
นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันร้องไห้
แม้น้ำตาจะไม่ไหลแบบเอาเป็นเอาตาย
แต่หยดน้ำนั้นก็เรียกได้เป็นปากเต็มคำว่าคือน้ำตา
เมื่อความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดของชีวิต
เหตุใดจึงกลายเป็นเรื่องน่าหวั่นผวา
เหตุใดเราจึงตกอกตกใจทุกครั้ง
เมื่อรู้ว่าใครคนหนึ่งที่เรารัก เดินทางจากเราไปแล้ว
และทำไมเราถึงทำใจกับการพรากจากประเภทนี้ได้ยากนัก
ทั้งที่วันหนึ่ง เราก็ต้องตามเขาไป ในที่ที่เขาไปรออยู่ก่อนหน้า
"คนตายไปแล้ว ก็คือตายไปแล้ว แต่คนที่อยู่นี่สิ"
หัวหน้าที่ช่ำชองเรื่องการแต่งตัวศพ
แสดงทัศนะต่อมือใหม่อย่างเขา ในเรื่องของความตาย
อาจจะใช่เหตุผลนี้
ในภพภูมิที่อบอุ่นเหนือที่ใด คนที่เดินทางไปสู่ คือคนที่ได้เปรียบก่อน
แต่คนที่ยังอยู่กับโลกที่หมุนไปอย่างบิดเบี้ยวใบนี้
ยังต้องทนต่อความรู้สึกต่างๆ นานา
ไหนจะต้องบังคับใจยอมรับให้ได้ว่า
คนรักตายจากเราไปแล้ว
เพราะโลกใบนี้ สะสมความรู้สึกไว้มากเหลือเกิน
ความยินดีปรีดาที่สมควรมีต่อทุกเรื่อง
ก็คล้ายจะถูกกลบด้วยความยึดมั่นถือมั่น
ที่พอกพูนขึ้นในทุกนาทีที่เราไม่มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว
"แล้วฉันจะตามไปนะ"
ชายแก่คนหนึ่ง บอกภรรยาของเขาที่หลับตาอยู่ในโลงสีขาว
นี่คงเป็นความหวังเดียวที่ทำให้ทั้งคนไกล และคนที่ยังหายใจ
ยังต่อความหวัง ว่าจะพบกันอีกครั้งหนึ่งได้
ในที่ทางที่เราเองก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน
คำสัญญาที่มั่นใจไปล่วงหน้าแล้วว่า ฉันจะตามเธอไป
นั่นคือคำสัญญาที่ไม่ว่าใครพูด ก็จะไม่มีวันทำผิดสัญญานั้น
ก็ใครเล่า จะหนีพ้นความตาย
แม้จะได้เจอกันอีกครั้งหรือไม่ ก็ต้องตามไปในอีกโลกหนึ่งวันยังค่ำ
: : : :
หนังจบลงแล้ว.. ล้มตัวลงนอนเมื่อเข้าสู่วันใหม่
โดยไม่รู้ว่า ฝนจะกระหน่ำลงมาในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
เหมือนทุกครั้งที่เราหลับตา
ไม่มีใครรู้หรอกว่า ความตายจะมาสวัสดีเราเอาตอนไหน
รู้สึกตัวอีกที คงพบว่าการเดินทางมายังอีกโลกหนึ่งนี้
เราได้ทิ้งใครคนหนึ่งไว้
และเราก็ทำได้เพียงรออย่างมั่นใจ
ว่าอีกไม่กี่นานนัก เราจะเดินทางมาอยู่ข้างกัน
: : : :
: : : :
แต่ถึงอย่างไร ฉันก็ขอให้เราหายใจอยู่ข้างกันไปนานๆ
นานและนาน.. นะคุณ