ฉันพบแล้ว
ว่าชีวิตแบบนี้นี่เอง ที่เดินได้สะดวกเท้ากว่านัก
ทางเดินกว้างขวาง ชมดอกไม้ริมทาง
และเชิดหน้าบอกโลกได้ว่า
ฉันเป็นฉัน อย่างไม่ต้องปิดบังใคร
ฉันเสียใจกับเรื่องราวทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ฉันก็ยิ้มแย้มอยู่ภายใน
ที่ครั้งหนึ่งได้รู้สึกดี ได้รู้สึกแย่ ได้เจ็บปวด ได้รวดร้าว
เพื่อที่จะรู้คุณค่า ว่าเมื่อฟ้าคลายโบ คลี่กระดาษ
ฟ้าอีกผืนที่ซ้อนทับอยู่ ดูอุ่นตา อุ่นใจแค่ไหน
: : : :
ใครคนหนึ่งเดินทางอยู่ตรงไหนสักแห่งบนโลกใบนี้
เป็นถนนหนทางที่ฉันภาวนาให้ทุกนาทีของใครคนนั้น
ค่อยๆ หายดีอย่างที่ฉันกำลังดีวันดีคืน
กลับมาพบกันใหม่ เราจะได้ยิ้มให้ อย่างคนที่เข้าใจกันและกันเสมอ
เรื่องบางเรื่อง เมื่อลมฝนพัดลอยไปอีกฝั่ง
เราก็พบเพียงบาดแผลจางๆ
ที่วันหนึ่ง เราจะอยู่กับมันได้อย่างไม่โหดร้ายกับตัวเองมากนัก
: : : :
โลกของฉันหมุนในจังหวะที่น่ารักขึ้นมากมายทีเดียว
น่ารักประการแรก...
ขณะเดินทางกลับสู่ห้องสี่เหลี่ยมที่ประหนึ่งบ้าน
คนที่เดินทางมาด้วยกันชี้ชวนให้มองรุ้ง
ฝนพรำๆ เพิ่งจบการระบำไปใหม่หมาด
บนฟ้านั่นมีของขวัญ อันให้ไว้เป็นที่ระลึก
ฉันจำได้ ทุกครั้งที่เห็นรุ้ง ชีวิตจะบังเกิดสิ่งดีขึ้นเสมอ
และฉันรู้แล้วว่าสิ่งดีที่จูงมือมากับรุ้งเส้นนั้น
คืออะไร คือสิ่งใด... คือใคร
::
น่ารักประการที่สอง...
นกใกล้ระเบียงห้อง พร้อมเพรียงกันร้องแต่เช้า
อาศัยห้องนี้เป็นที่หลับที่นอนมานานหลายปี
ไม่เคยสงบภายใน แล้วตั้งใจฟังสักที
ไม่นานนี้เองที่นกร้อง 'ชัด' อย่างที่ฉันอยากตั้งใจฟังและเต็มใจรัก
::
น่ารักประการที่สาม...
เสียงสุขบวกสนุกสนานที่แม่กลองยังก้องอยู่ในหัว
การเดินทางแบบปุบปับ เมื่อไปถึงที่หมายก็ยังหาที่หลับที่นอนไม่ได้
วงเหล้าที่มีแต่เสียงหัวเราะ และคนเพี้ยนๆ ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
ซีฟู้ดตอนกลางคืนที่มีกุ้งตัวเท่าแขน มีปูตัวเป็นกิโล
นอนโรงแรมจิ้งหรีด และเสื้อผ้าชุดเดิมที่ไม่มีอะไรต่างจากขามา
ฉันหลงรักความไม่สมบูรณ์แบบเช่นนี้
คิดถึงสักกี่ที ก็ดีใจกับการตัดสินใจที่ไร้การตรึกตรองแบบนั้น
::
น่ารักประการสุดท้าย...
จะมีสักกี่คนที่เพียงนั่งมองเมฆขาวลอยไปมาบนฟ้าก็ยิ้มได้
"ฉันเป็นดอกดันดิเลียน ฉันเป็นดอกหญ้า คุณจะเป็นอะไร"
"เป็นเมฆ... เมฆสีขาว"
โลกสวยได้ง่ายๆ เพียงฉันได้มองเมฆแล้วยิ้ม
::
ฉันขอโทษ
ฉันขอบคุณ
อย่างจริงใจ และเสมอมา