ฉันสงสัยขึ้นมา ทำไมใครๆ คิดว่า entry ที่แล้ว
ฉันเขียนด้วยความสุข
ถ้อยคำ จังหวะ และน้ำเสียงที่อยู่ในตัวหนังสืออย่างนั้นหรือ
ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!
ฉันกำลังย่ำแย่ แม้ไม่ถึงสาหัส
แต่ไอ้คนสุขสุดโต่ง เหงาสุดโต่งอย่างฉัน
โมงยามเช่นนี้ ก็พอจะทำเอาใจตั้งหลักไม่อยู่
แต่วันนี้ ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว
ไม่มีอีกแล้ว ที่จะร้องไห้หนักหน่วงเช่นคืนที่ผ่าน
ถ้าจะพอมีให้รู้สึกบ้าง คงไม่มากกว่าแค่น้ำใสๆ ซึมเบ้าตา
ไม่ร้องแล้วนะคืนนี้ คนที่เขายังมองเราอยู่จะพลอยห่วง
: : : :
วันนี้ใส่เดรสสีน้ำเงิน ลายจุดสีแดง ชุดที่เคยใส่ในวันนั้น
จะว่าบังเอิญหรือไม่ก็ตาม มันกลายเป็นชุดที่ใส่ในวันที่เลิกกัน
ฉันนึกขอบคุณแม่ ที่แม่สอนฉันให้รู้จักการให้อภัยเสมอ
ไม่ว่าจะให้อภัยต่อคนอื่น และที่สำคัญที่สุดคือต่อตนเอง
"ดีแล้ว อย่าว่าเขา และอย่าโทษว่าตัวเองทำไม่ดีพอ
เราก็แค่ไม่ใช่ของกันเท่านั้นเอง"
แม่พูดหลังจากรู้เรื่อง
เช่นนี้แล้ว ฉันจะโกรธเกลียดทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
พรุ่งนี้เดินทางไปปากช่อง พร้อมผมหน้าม้าที่ไม่ได้ตัดมาพักใหญ่
สวมแว่นตาทรงกลมๆ โตๆ ใส่เดรสสีจัดๆ ให้พี่เอฟถ่ายรูปให้
แล้วค่อยคว้ากล้องตัวเองไปจับภาพต้นไม้ ดอกไม้
กลับมาถึงกรุงเทพฯ พี่ปิ๊ก พี่โอ๋จะจัดปาร์ตี้ฉลองโสดให้ฉัน
ไปดูหนังเรื่อง Once ที่ลิโด้ ไปดู Always ที่ House
แล้วอาจจะเก็บกระเป๋า วางแผนกับพี่ปิ๊ก ลักพาตัวพี่โอ๋ไปชิลล์ที่ทะเล
และไปเดทกับหนุ่มๆ ได้โดยไม่ต้องห่วงคำว่า มีกิ๊ก
(จนกว่าจะเจอคนที่ใช่ ก็จะมีคุณแค่คนเดียวนะจ๊ะ)
นี่มันเป็นชีวิตแบบที่ฉันใช้มาแต่ไหนแต่ไร
และจะใช้ต่อไป ไม่ว่าข้างหน้าจะเจอเรื่องอะไรอีกก็ตาม
: : : :
พี่ไผ่ พี่ปิ๊ก พี่โอ๋ พี่อร พี่ยุ้ย โอปอล์
พี่เอฟ คุณเช่ พี่หนูเล็ก ไอ้ลูกหมา...
ขอบคุณที่ห่วงกัน