มันกึ่งเงียบ กึ่งเหงา เห็นเงาสิ่งของในห้องลางๆ
ไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง - กลางดึก
อาการปวดท้องกำเริบขึ้นฉับพลันและรุนแรง
ฉันรีบคว้าโทรศัพท์ กดไปหาคนที่พอจะช่วยเหลือกันได้
ถ้าจะลากสังขารไปเรียกรถแท็กซี่ดึกดื่นขนาดนี้
ไม่รู้ว่า จะลงไปถึงบันไดขั้นสุดท้ายได้ไหม
พี่สาวหลับสนิทอยู่ข้างเตียง (ไม่ยอมขึ้นมานอนด้วยกัน)
วางโทรศัพท์ ตัดสินใจส่งเสียงเรียก ปลุกให้เธอตื่น
"พี่ปิ๊ก ไม่ไหวแล้ว อยากไปโรงพยาบาล"
... เลิกนับไปแล้ว ว่าเข้าโรงพยาบาลกลางดึกมากี่ครั้ง
จะว่าเพราะประชุมเครียดในเย็นวันนั้นก็น่าจะใช่
หรือไม่ก็เพราะการงานที่มากมายจนกินข้าวไม่เป็นเวลา
โรคกระเพาะกลับมาอีกครั้ง หลังจากวันที่กินเหล้าเข้าไปจนเมามาย
: : : :
เราเดินพ้นประตูโรงพยาบาลมาแล้ว
หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นดูหน้าจอ ตัวเลขบอกเวลาตี 2 กว่า
รู้สึกได้ถึงลมหนาวกลางคืนพัดมา
บวกกับลมจากรถที่วิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วคันแล้วคันเล่า
เรามีโอวัลตินร้อนอยู่ในมือคนละแก้ว
มือสองข้างประคองพาชนะ ความอุ่น-อุ่นขึ้นที่ฝ่ามือ
ฉันหันบอกพี่สาว ความรู้สึกที่อุ่นกว่าบังเกิด
"หนาวว่ะพี่ แต่ก็สวยดี"
พี่สาวหันมอง แล้วยิ้มให้
แสงไฟสีส้มจากเสาไฟฟ้าต้นสูงส่องอาบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งของเธอ
สวยจัง... แม้คืนนี้จะหนาวๆ เย็นๆ
แต่ภาพที่เห็น ก็เหมาะแล้วกับอากาศแบบนี้
คืนที่ถนนโล่งว่าง มีที่มีทางให้ลมพัดผ่านได้ง่าย
เอาแค่ใครสักคนยืนข้างกันในคืนที่กายเจ็บปวด
และใจก็เหงาเกินจะยืนคนเดียวไหว
มันดีเสียจนฉันไม่กล้าจินตนาการ
ว่าถ้าคืนนี้ฉันนอนคนเดียว เจ็บปวดอยู่คนเดียว
เดินเข้าโรงพยาบาลคนเดียวกลางดึกแบบนี้
ฉันจะหายจากการป่วยกายและมาป่วยใจแทน-มากเช่นไร
ฉันยิ้ม นึกขอบคุณพี่สาวในใจ
แล้วนึกไปถึงใครบางคนที่อยากให้มายืนใกล้ๆ ในยามนี้
หนาวไปหน่อย เศร้าไปหน่อย เหงาไปหน่อย
พี่สาวเองก็มีความรู้สึกไม่ต่าง
นั่นล่ะ เราสองคนไม่มีใครที่เข้มแข็งกว่า
แต่ก็ยังอยากจะบรรเทากันและกัน
กายฉันกำลังแย่ แต่ไม่อยากให้พี่ของฉันแย่ตาม
ฉันหมายถึง... แย่ที่ใจ