2007/Aug/10

ยากที่จะหลอกตัวเองว่า คืนนี้จะสิ้นสุดลงอย่างปกติสุข เสียงแผ่วกระซิบยังกังวานอยู่ในหู บางคืนที่สงัด แต่ใจกลับไม่สงบ นั่งหันหน้าปะทะกับแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ จมอยู่กับตัวหนังสือที่ผูกขึ้นเป็นเรื่องราว ถอนหายใจเยือกยาว แล้วแข็งใจบังคับนิ้วทั้งสิบให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง แสร้งทำเป็นลืมเรื่องความรู้สึกแต่ผลสุดท้าย พอเริ่มจะกลืนหายเข้าไปในนั้น ฉันก็อดรู้สึกขึ้นมาไม่ได้

เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผล มันเกี่ยวกับความรู้สึกของคนล้วนๆ
จะมีเหตุผลเดียวที่เถียงไม่ออกก็คือ เราทุกคนล้วนต้องตาย... ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เหตุผลนั้นนั่นเอง ที่ฉุดกระชากให้ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลล่องลอย

photo by tinnakarn

.
คืนวานซืน เอก รุ่นน้องคนหนึ่งโทรมาหากลางดึก เขาคาดเดาเองว่าฉันคงจะยังนั่งปล่อยความคิดไปตามนิ้วมืออยู่หน้าคอมฯ หรือถ้าพลาด ก็อาจได้ยินเสียงงัวเงียของฉันกรอกลงตามสายไหลสู่การได้ยินของเขา ถ้าเป็นอย่างหลัง ก็แค่คำขอโทษขอโพย แล้วก็ต่างวางสายกันไป

แต่เขาคงไม่รู้ ว่าในยามที่ผู้คนทางซีกโลกนี้ต่างหลับใหล ยังมีใครคนหนึ่งเฝ้ารอให้เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สักคนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถามไถ่ถึงชีวิตกันและกัน

...โดยปราศจากการนัดแนะ หรือการร้องขอใด เสียงเรียกจาก เอก ก็ดังขึ้นจริงๆ
มันมีพลังมาพอที่จะดึงฉันให้หลุดออกจากตัวหนังสือตรงหน้า แล้วฉันก็ผละจากมันมาอย่างเต็มใจที่สุด

ฉันยืนที่ระเบียง มือข้างขวาถือโทรศัพท์ ทิ้งสายตาไว้ที่ต้นสนของบ้านหลังตรงข้าม แล้วเราก็ไต่ถามความรู้สึกของกันในคืนเงียบคืนนี้

...โดยไร้ความรู้สึกใดอันไม่บริสุทธิ์ใจเพียงน้องชายพูดคุยกับพี่สาวที่เคารพนับถือ และบางคราเราก็มีสถานะประหนึ่งเพื่อนเล่นที่สนุกเฮฮาไปตามประสา เราสนทนากันในประเด็นที่เป็นสัจธรรมของโลก

การเปลี่ยนไปของใครคนหนึ่ง ทว่าเขายังรู้สึกกับเธอเช่นเดิม...
ขณะที่คนหนึ่งยังยืนอยู่ตรงที่เก่า แต่อีกคนกลับอยากขยับห่างให้ช่องว่างระหว่างเขายืดไกลออกจากกัน คนที่ยังมั่นอยากจะก้าวตามไป แต่อีกใจกลับไม่แน่ใจ

'ถ้าผมยิ่งขยับเข้าใกล้ เธอจะยิ่งเขยิบหนีผมหรือเปล่า'

ถ้าเป็นแต่ก่อน ฉันคงเลือกที่จะยุให้เขาทำสิ่งใจตนต้องการ อยากรัก ก็รัก รักโดยไม่สนว่า รักจะตอบแทนด้วยรักหรือไม่ แต่พอมาถึงวันนี้ วันที่หลายทฤษฏีแห่งความสัมพันธ์ดูจะใช้ไม่ได้ผลในโลกจริง ฉันกลับบอกน้องไปอีกอย่าง

"ช่างหัวมันเถอะ ใครไม่รักเรา เราก็ไม่ต้องรักเขา พื้นที่ชีวิตเรามีแค่นี้ ทำไมต้องเลือกเก็บคนที่ไม่รักเราเอาไว้ในชีวิต ทำไมไม่เคลียร์พื้นที่ แล้วให้คนที่รักเราเดินเข้ามาอยู่"

ปากพูดไป แต่พลันตั้งข้อสงสัย หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งในทฤษฏีที่ใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะบางคราว คนพูดเอง ก็ยังคิดถึงคนที่เคยบอกว่า ช่างหัวมัน อยู่เหมือนกัน

ฉันไม่รู้ว่าน้องจะเลือกแบบไหน แต่เมื่อรุ่งเช้ามาถึง เขาส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือมาบอกว่า 'เช้านี้อากาศดีจริงๆ เลยนะพี่'

คนอ่านข้อความที่เคยเจอะเจอเรื่องราวเช่นนี้ ไม่ได้ตอบกลับไปว่า ถ้าเราควบคุมใจตัวเองไม่ดี อากาศดีๆ แบบนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน แต่เอาเถอะ เรื่องแบบนี้ เรียนรู้เองน่าจะซึ้งใจมากกว่ามีใครมากล่าวเตือน

: : : :

อีกคืนแล้ว ที่ฉันต้องอยู่กับเรื่องเศร้าตรงหน้า ขณะที่ตัวอักษรเพิ่มปริมาณขึ้นทุกทีๆ คิดไปว่า คืนนี้จะมีใครสักคนส่งเสียงตามสายมาดึงฉันออกจากโลกสี่เหลี่ยมที่ตัวอักษรเรียงรายอีกหรือไม่

คนที่เข้ามาในจังหวะพอดี ที่เรื่องกำลังเข้าสู่ความตายของตัวละครหนึ่ง...

ไม่ช้านานเราต่างก็ต้องจากไป แม้จะเข้าใจ แต่วูบหนึ่งที่เขียนถึงความตาย ฉันกลับรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก

"ผ้าคลุมเตียงถูกแปรสภาพเป็นเชือกหนา เชื่อมระหว่างร่างของเธอและช่องแอร์คอนดิชั่นเนอร์ไว้ด้วยกัน ขาทั้งสองข้างลอยพ้นพื้น เก้าอี้ที่ควรจะอยู่บริเวณโต๊ะเครื่องแป้ง กลับล้มแน่นิ่งอยู่ปลายเท้า ดวงตาที่ไร้ลมหายใจคู่นั้นเหลือกค้าง มองผู้พบเห็นอย่างเย็นชา..."

กลางดึกสงัด ที่ใจไม่อาจเงียบสงบ
ฉันกลัวตัวหนังสือของตัวเอง

Get this widget |Share |Track details

พรุ่งนี้จะไปอยุธยา ไปทำนา ไปจับปลา
ไปตื่นแต่เช้าเพื่อพบโลกยามเช้า
เพื่อคอลัมน์ 1 คอลัมน์...

copyright © 2006 tinnakarn, All rights reserved

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เป็นเหมือนกันนะครับ เคยแนะนำเพื่อนไปแบบนี้เหมือนกัน แล้วย้อนมองตัวเอง เฮ้อ...เราก็ตัดไม่ขาดกับคำว่า "ช่างหัวเธอ" อยู่ดี T T


ปล. จะบอกว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อคตู้ไปรษณีย์สีแดงของคุณ เปล่าหรอกครับ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมตั้งใจเข้ามาที่นี่ หลังจากอ่าน "ความรักประทับตรา" จบลงในเวลา 8 นาที ^ ^ และจะบอกว่าหนังสือเล่มนี้ มีน้องสาวคนนึงให้ผมมาครับ เรานัดเจอกัน โดยมีข้อแม้คือ ต้องเอาของที่นักที่สุดของแต่ละคนมาแลกกัน และเธอก็หยิบหนังสือเล่มนี้ติดมือมาด้วย ผมไม่แปลกใจเลย เพราะน้องสาวของผมคนนี้เธอชอบส่งโปสการ์ดมาก รู้ไหมครับ 8 นาทีก่อนที่ผมจะเข้ามาที่บล๊อคนี้ ผมรื้อโปสการ์ดเก่าๆที่เคยได้รับมาอ่านซ้ำอีกครั้ง และแน่นอนมันสามารถเรียกรอยยิ้มจากผมได้เช่นกันเหมือนกับหนังสือของคุณ หวังว่าคงยังไม่สายเกินไปที่จะบอกว่า ผมชอบหนังสือเล่มนี้เช่นกันครับ และคงยังไม่สายเกินไปที่ผมจะส่งโปสการ์ดกลับคืนให้น้องเค้า หลังจากที่เธอรอโปสการ์ดตอบกลับของผมมานานแล้ว

^ ^ ขอบคุณครับ...ในความชื่นชม
#1  by  ยางมะตอยฯ (124.121.127.125) At 2007-08-10 23:19, 
^
^
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากๆ
ฝากขอบคุณน้องสาวคนที่ให้คุณหยิบยืมหนังสือเล่มนี้ด้วย

หวังว่าคุณจะแวะมาเยี่ยมที่นี่อีก
เพื่อรับรู้คำขอบคุณของฉัน
#2  by  ตินกานต์ At 2007-08-10 23:57, 
ก่อนที่เชือกชั่วคราวจะกระตุกกระดูกต้นคอให้หลุดออกจากสันหลัง
ก่อนที่เชือกชั่วคราวจะรัดหลอดลมจนอากาศไม่สามารถเล็ดรอดเข้าไปในปอดได้
.
.
.
.

คนเขียน นึกถึงอะไรล่ะนั่น หือ
#3  by  คนไม่มีหัวใจ At 2007-08-11 01:10, 
อ่านแล้วชอบจัง.......
#4  by  อู๋เจียนเต้า At 2007-08-11 21:41, 
ขอกลัวตัวหนังสือพี่ตินด้วยคน..
แต่ในความน่ากลัว เสน่ห์ดึงดูดกลับเปี่ยมล้น..
แปลกจัง?
#5  by  faiiz (125.25.82.138) At 2007-08-11 22:49, 
"ช่างหัวมันเถอะ ใครไม่รักเรา เราก็ไม่ต้องรัก....เคลียร์พื้นที่แล้วให้คนที่รักเราเดินเข้ามาอยู่"

แล้วเคยเห็นคนแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วนไหม?
#6  by  pan--da is mE (58.11.115.7) At 2007-08-12 01:04, 
หึหึหึ


ขำอันนี้ล่ะ

All rights reserved
#7  by  คนไม่มีหัวใจ At 2007-08-13 00:19, 
เอนทรี่นี้อ่านแล้วเจ๋ง
#8  by  kigmeto At 2007-08-13 02:36, 
ยังไม่ได้มีโอกาสดูหนังสั้นของคุณเลย แต่เรื่องที่คุณเขียนนี้ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร เอาไว้พบคำตอบแล้วจะมาบอกนะครับ
#9  by  นักทำ ( หนัง ) สือ At 2007-08-13 08:14, 
ชอบมาก...
"เคลียพื้นที่ไว้ให้คนที่รักเราเดินเข้ามา"
ประทับใจที่สุด
#11  by  GLASSH2O At 2007-08-14 01:14, 
อ้อม...

แล้วเราควรจะร้องไห้ให้กับเรื่องนี้หรือเปล่า?

พี่อ่านแล้วน้ำตาจะไหลว่ะ (ไม่รู้ทำไม)
#12  by  พี่อ้อม (210.213.11.126) At 2007-08-14 13:45, 
"..ช่างหัวมันเถอะ..ใครไม่รักเรา..เราก็ไม่ต้องรักเขา.."
.
ชอบประโยคนี้ของน้องจังเลยค่า...
#13  by  ~*MaGiC_GirL*~ At 2007-08-15 08:35, 
ได้เคล็ดลับใหม่ๆ ในการทำให้หมดลมหายใจ thanks มากๆ
#14  by  จิง (124.121.123.76) At 2007-08-16 17:52, 
อ่านเอนทรีส์แล้วเสียดายที่จะหายไป นาน ๆ ค่ะ
#15  by  b613 At 2007-08-19 00:12, 
ไม่ได้เข้ามาอ่านสักพัก แต่ตัวหนังสือก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ตายเหมือนอย่างที่คุณเล่า อ่านแล้วรู้สึกโหวงๆบอกไม่ถูก
#16  by  so ทรุด so เซ At 2007-08-22 17:54, 

<< Home


ตินกานต์
View full profile