ตอนนี้ ฉันกำลังนั่งคอยใครบางคน
อยากกอดแน่นๆ อยากหอมแรงๆ ให้ชื่นใจ

photo by palart
วานซืน ด้วยความไม่ตั้งใจ หากแต่เพราะความใกล้
ทำให้ฉันได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับปลายสาย
ช่องว่างระหว่างล็อกเกอร์ที่ไม่กว้างขวางนัก
ยิ่งเอื้อให้ได้ยินเสียงพูดคุยได้ชัด
เธอเองก็ไม่ยี่หระ ถ้าใครจะได้ยินประโยคสนทนาของเธอ
ฉันกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะเข้าคลาสเต้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เธอกำลังสวดเพื่อน ที่ฉันจับใจความได้ว่า
เพื่อนของเธอไปทุ่มเทความรักให้กับผู้ชายที่ไม่สมควรได้รับ
"กูรู้ว่ามึงเจ็บ แต่มึงรู้ไว้เลยนะ ว่าตอนที่มึงนั่งร้องไห้อยู่เนี่ย
เขาก็นอนกอดเมียเขาอยู่ ถ้ามึงเจ็บ มึงเลิกเลย
ไปรักคนที่เขามีเมียแล้ว ไม่เคยมีความสุขหรอกมึง
แล้วมึงซื้อรถให้มันเนี่ย แล้วมันก็ให้เมียมันนั่ง
มึงนั่งรถเมล์ นี่มึงยังขึ้นรถเมล์ได้อยู่อีกเหรอ
เขาไม่ชนเพดานรถเหรอ โง่มากเลยมึงน่ะ"
ฉันถึงกับสะอึก กับคำปลอบแรงๆ ของเธอ
ฉันเดินห่างออกมาหลังจากประโยคนั้น
ยังได้ยินเสียงแว่วของเธออยู่ แล้วมันก็จางลง... จางลง
....
ในเว็บบอร์ดที่เรียกได้ว่า รวมผู้คนที่แปลกหน้าต่อกันไว้มากที่สุด
ชายคนหนึ่งเข้ามาโพสความคับข้องใจไว้ประมาณหนึ่ง
เรื่องว่าด้วยรักสามเส้า เธอบอกว่ารักเขา อยากอยู่กับเขา
แต่กลับกำลังปล่อยกายให้ชายอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าของ
เขาตั้งคำถาม เธอรักเขาจริงหรือเปล่า
ทำไมทุกครั้งที่อยู่กับเขา เธอต้องโทรหาคู่หมั้นคู่หมาย
หลังวางสาย ก็เพียงกุมมือเขา แล้วบอกว่าเธอรักใคร
เธอรักเขา ไม่ใช่รักคนที่เธอเพิ่งวางสายไป
แต่ทำไม เธอต้องโทรหาชายที่ไม่ได้อยู่ข้างเธอในตอนนั้นด้วย
เขาตั้งคำถามกับผู้คนที่จะทยอยกันเข้ามาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
และแน่นอน คำตอบจากผู้คนที่ไม่คยรู้จักหน้าค่าตา
เพียงพบแค่ตัวหนังสือที่ถ่ายทอดถึงกัน
มีทั้งคำแนะนำ ทั้งคำปลอบ ทั้งคำตบกบาลกันตรงๆ แรงๆ
ฉันไม่ได้แสดงความคิดอะไรไป
เพียงแวะผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านออกไป
โดยไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว
เขาจะคิดได้หรือกลับไปจมอยู่คำถามของตัวเองอีก
....
เมื่อคืนนี้ ระหว่างทางที่ล้อรถกำลังหมุนพาเราไปส่งที่บ้านที่ละคน
แอลกอฮอล์ในเลือดก็กำลังปั่นเราได้ที่
พี่สาว และน้องสาวร่วมออฟฟิศสนทนากันเรื่องความรัก
พี่สาวไปรักคนที่เขารู้สึกกับเธอได้มากที่สุดก็แค่กิ๊ก
และเธอเองก็อยู่ใกล้เขาได้มากที่สุดแค่แนบหูที่โทรศัพท์
ต่างคน ต่างมีคนรัก ทว่าเธอรักเขามากหน่อย แต่เขารักเธอน้อยกว่า
พอร้านเปิดเพลงเศร้าเพื่อไล่มนุษย์กลางคืนกลับบ้านกลับช่อง
น้ำตาเธอจึงไหลออกมาได้ไม่ยาก ร้องไห้ให้คนอื่นที่จะว่าแฟนก็ไม่ใช่
"พี่ชอบ Bad Guy" น้องสาวย้ำคู่สนทนาของเธอ
"ไม่นะ เขาเป็นคนดี" เธอแก้ต่างให้เขา
ฉันหันมองออกนอกหน้าต่าง เพียงฟังสองสาวพูดคุยเรื่องรัก
.
"อยากกลับบ้าน"
ฉันเปรยขึ้นมาอย่างสติครบถ้วน เมื่อรถผ่านแยกดินแดง
"นี่ไง เรากำลังพาพี่ไปส่งบ้าน"
น้องสาวพูดเป็นประโยคภาษาอังกฤษที่แปลได้ตามนี้
"พี่หมายถึงบ้าน ไม่ใช่ห้อง"
"หนูอิจฉาพี่อ้อมรู้ป่ะ" เธอพูดทั้งประโยคภาษาอังกฤษและภาษาไทย
"ทำไม"
"มีคนคอยพี่อยู่ หนูอยากเป็นพี่ อยากให้มีใครสักคนคอยหนูอยู่ที่บ้านบ้าง"
ด้วยสิ่งที่เราพูดคุยกันมาตลอดทาง
ใครคนนั้นของเธอคงไม่ได้หมายถึง พ่อ หรือ แม่
แต่เป็นใครสักคน... ที่หมายถึง ใครสักคนจริงๆ
.
ที่หมายของฉันใกล้เข้ามาทุกที
เรื่องรักในรถดูไม่มีทางจบสิ้น ประโยคยังถูกต่อด้วยประโยค
ฉันหันบอกน้อง "ยังไงเราก็ต้องมี Good Guy นะน้อง"
"ใช่พี่ สุดท้ายแล้ว เราก็อยากจะรัก Good Guy กันทั้งนั้น"
....
"ทำไมพี่รักหนู"
"เพราะหนูเป็นคนดี"
หนูอยากเป็นคนดีได้เท่าที่พี่รัก.
copyright © 2006 tinnakarn, All rights reserved
สักวันเราคงมีgood guy เป้นของตัวเอง แต่ว่า อาจเป็นชาติหน้า