ดาวกระจ่างผืนฟ้า ลมเหนือยอดตึกยังคงพัดมาตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้
มองจากดาดฟ้าของคอนโดมิเนียม
ฉันพบว่ากรุงเทพฯ ถูกประดับประดาด้วยไฟระยิบอยู่นานแล้ว
วอมแวมอยู่ตรงนั้นตรงนี้ทั่วทุกหนแห่ง หมุนตัวไปทางไหน
ไม่มีคืนใดเลยที่กรุงเทพฯจะถูกปล่อยให้เงียบเหงา
เพราะแสงไฟนั่น ฉันจึงรู้สึกราวกับบนดาดฟ้าแห่งนี้
คือที่เดียวที่มืดมิด และเปล่าเปลี่ยวสุดทน

photo by ana makkon
ดาดฟ้าสูงยามดึกร้างคน เบื้องล่าง อาคารบ้านเรือนถูกย่อขนาดลง
แอลกอฮอล์ปริมาณหนึ่งซึมเข้าสู่กระแสเลือดของฉัน
ฤทธิ์ของมันไหลพล่านไปทั่วร่าง
ร้อนซ่านทุกขุมขน แก้มแดงก่ำ ดวงตาผะผ่าว
มือไม้ แข้งขาคล้ายกับว่าจะเคลื่อนที่ไปเอง
โดยไม่ต้องคอยให้สมองสั่งการ
ลมแรงพัดวาบมาจากด้านหลัง
กระแทกเข้าที่ไหล่ขวาจนตัวฉันพลิกหมุน
ลมหมุนนั้นกรูมาพัดอยู่รอบตัวฉัน
แรงขึ้น เร็วขึ้น กระทั่งตัวฉันหมุนติ้ว
ฉันกางแขนออก เงยหน้าขึ้นมองฟ้า
ขาทั้งสองข้างเคลื่อนที่สลับกันเป็นวงรอบ
ฟ้าหมุน ตึกสูงที่ฉันอยู่ ณ ตอนนี้ก็หมุน
โลกหมุน อะไรๆก็หมุนรอบฉันไปหมด
ฉันเองต่างหากที่ยืนนิ่ง
ถ้าลมหมุนจะหอบตัวฉันให้ลอยขึ้น
แล้วพาฉันไปกลางห้วงอากาศที่ปราศจากพื้นใดๆรองรับ
คงน่าสนุกขึ้นกว่านี้...
: : : :
: : : :
ฉันจะทำอย่างไรดี ให้ใครคนหนึ่งรู้ว่า
get closer & lean on me
เพียงชั่วคราวก็มากพอแล้ว
ถ้ามันจะทำให้เขา... ไม่สิ ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น.
copyright © 2006 tinnakarn, All rights reserved