เสียงเพลงคลอเคลียอยู่ข้างหู
ไอเย็นจากพัดลมฟุ้งอยู่ทั่วกาย
อะไรบางอย่างควักมือเรียกฉันเข้าไปใกล้
เพียงลมหายใจเดียว ฉันพลันหลุดเข้าไปในโลกฝัน

photo by nadsinoj
หลายครั้งเชียว ที่ฉันเอาความฝันมาเขียนถึง
เหตุผลเดียวก็คือ เพราะมันเป็นฝันที่ดี
ใครจะอย่างไรไม่รู้ แต่ฝันของฉันมีสี มีความรู้สึก
จนอยากจะกักเก็บไว้ในรูปของอะไรสักอย่าง
แต่ฝันก็งามเสียจน ฉันแทบยกกล้องบันทึกไว้ไม่ได้
และอุ่นเสียจน ฉันไม่รู้จะเรียบเรียงเป็นประโยคสวยๆ
แล้วเอ่ยเล่าออกมาได้อย่างไร
ฉันจึงกลายเป็นคนเขียนหนังสือที่ภักดีแต่ตัวหนังสือไปแล้ว
....
ฝันที่ปรากฏขึ้นในค่ำคืนที่ผ่านมา
เป็นฝันที่โลกรอบข้างถูกประดับประดาด้วยดวงไฟระยิบ
ถูกทำลายความเงียบด้วยบทเพลงที่ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง
รวมถึงฉันที่ถูกเล่นงานเอาแทบอ่อนแรงด้วยกลิ่นหอม
จะว่าเป็นกลิ่นอวลของดอกไม้ก็ยังไม่ใช่
จะว่าเป็นขนมหวานที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ ก็หวานกว่า
ฉันรู้เพียงว่า ช่างหอมเสียจนฉันอยากแนบจมูก
ซบอยู่กับฝันนั้น จนกว่ารุ่งเช้าจะปลุกเรียก
กลิ่นมันวาบหวามและหวานพอๆ กับจูบของหนุ่มนิรนาม
ที่เผยร่างชัดเจนในความฝัน
จูบที่ทำเอาใจสั่น และยังคงฝากความหวานไว้ที่ใจ
....
ฉันลืมตาตื่นในเช้านี้ ที่โลกสว่างไปด้วยสายแดด
ขณะทบทวนภาพฝัน ฉันยกนิ้วขึ้นสัมผัสริมฝีปากของตน
รู้สึกคลับคล้ายจะกลับไปฝันถึงอีกครั้ง ทั้งที่ยังลืมตา
นี่อาจเป็นเพียงอาการเสพติดความโรแมนติกเข้าไส้ของตัวเอง
หรือไม่ ฉันก็มีความสุขกับ โรค และ โลก นี้ มากมาย
เกินกว่าจะถอนตัวได้ทันแล้ว
: : : :
ให้ตาย ฉันไม่อยากตื่น... ไม่อยากตื่น.
copyright © 2006 tinnakarn, All rights reserved
อยากฝันมั่งอ่ะ