ฉันวางสายตาไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
ไล่เรียงอักษรทีละตัวจนสุดบรรทัด
งานที่เขียนทิ้งค้างไว้นานแล้ว
ฉันกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับมันอีกครั้ง อย่างคนคุ้นเคย
ผ้าใบผืนใหญ่ เปรียบประหนึ่งเวที
ให้ผีเสื้อเพศผู้สยายปีกของตนอย่างอหังกา
มันแต่งเต้มตนด้วยเสื้อผ้าสีส้มอมเหลืองอร่าม
กลัดเครื่องประดับทรงกลมสีดำวาวสามชิ้นเรียงกัน
ที่ปีกทั้งสองข้างเพื่อเสริมบารมีตน
เคียงกันคือผีเสื้อตัวเมียที่ขนาดลดหย่อนลงมา
ปีกขวาของมันถูกปีกตัวผู้เกยกินพื้นที่มาเกือบครึ่ง
เสื้อผ้าของนางดูสีจะสดกว่า
ทว่าเหมือนผลิตออกมาในคอลเลคชั่นเดียวกัน
รูปแบบ และการตัดเย็บจึงไม่แตกต่าง
....
"ผีเสื้อพันธุ์อะไร" ฉันถาม หลังจากพินิจทรวดทรงมันทั้งคู่อยู่นาน
"พันธุ์ที่อยู่ในจินตนาการ มันกระพือปีกพึ่บพั่บขึ้นมาในหัวผมทันที
ที่เราเดินชนกันในห้องสมุดวันนั้น"
เขาเป็นหนุ่มลอนดอนที่โรแมนติกที่สุด เท่าที่ฉันเคยปราศรัยด้วย
สำเนียงผู้ดีอังกฤษของเขานุ่มหู ทุกเสียงที่เปล่งจากลำคอ
ราวกับเรากำลังรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกผู้ดีเก่า
"ผีเสื้อของคุณพึ่บพั่บอยู่ในหัว แต่สำหรับฉัน
นาทีนั้นกลับรู้สึกเหมือนมันมาบินอยู่ในท้องฉนเต็มไปหมด
ฉันเพิ่งเข้าใจ ที่เขาว่ากันว่า เวลาเราตกหลุมรักใครสักคน
จะรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินในท้อง ก็ยามนั้น"
....
เพียงเอียงอายพองาม ก่อนทีเราจะโผเข้าหากัน
แล้วจุมพิตกันอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว เราต่างรีบถอนริมฝีปากออกจากกัน
ดูไป ช่างคล้ายหนุ่มรุ่นสาวรุ่นที่อยู่ในวัยฝึกหัดเรื่องรัก
เราก็แค่รักรสจูบเช่นนี้
มันทำให้เรารู้สึกถึงรักแรกเริ่มที่สดใหม่อยู่เสมอ
: : : :
: : : :
ทั้งหมดทั้งมวลคืองานเขียนอีกชิ้นของฉัน
ที่ถูกตัดตอนมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน
หวังว่า เทศกาลแห่งการเปียกปอนที่กำลังจะมาถึง
กับการหมกตัวอยู่ในห้องของฉัน ฉันจะปิดงานอีโรติกชิ้นนี้ได้
อืม... เปียก.
copyright © 2006 tinnakarn, All rights reserved
เอาใจช่วยค่ะ