สองเท้าหนีบแตะลากเดิน สวนทางกับรถที่วิ่งมา
ฟ้าที่เคยมืดกลับมืดกว่า เมื่อพบว่ารอบข้างสว่างจ้าด้วยแสงไฟ
ลมหนาวจากแม่น้ำ หอบความเหงามากองไว้ข้างสะพาน
ฉันเผลอเตะมันเข้า และมันก็ติดเท้าอย่างสลัดออกไม่ได้
ตัวเหงาเกาะอยู่ที่เท้า แล้วเป็นบ้าอะไรที่ใจต้องรู้สึกไปด้วย

phot by tinnakarn
ใครคนหนึ่งตั้งคำถามโยนใส่ฉันในวันนี้ว่า
"มีความสุขดีไหม ชีวิตช่วงนี้เจอะเจออะไรบ้าง"
ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่ายิ้มให้แทนคำตอบ
ด้วยไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงให้เป็นประโยคบอกเล่าสวยๆ ได้อย่างไร
จะว่าไป ชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์มันก็ดีของมันทุกปี
การงานเข้าข่ายพอถูไถ การเงินก็ยังเพียงพอให้ช้อปปิ้งตามประสา
ร่างกายแข็งแรงใช้ได้ ความรัก... มันก็ก้าวไปตามจังหวะของมัน
ก้าวแบบ... ลากแตะไปเรื่อยๆ ก็เท่านั้น
: : : :
บนสะพานนี้มันหนาวมากนะ ทำให้คนเดินช้า ต้อง 'ช้า' เข้าไปอีก
ยิ่งรถเฟี้ยวฟ้าวอยู่เบื้องหลัง แรงลมจากรถก็ยิ่งพัดกรูปะทะมา
อากาศแบบนี้ อารมณ์แบบนี้ นึกถึงวันที่ได้คุยกับพี่ซีด พี่ร่วมออฟฟิศ
"บางที หนูก็ชอบที่จะทำตัวให้เหงา ให้เศร้านะพี่ มันหวานดี"
พี่ซีดพอจะเข้าใจ ด้วยเราก็คล้ายๆ คนประเภทเดียวกัน
"แต่บางที มันก็ทำเอาเราเหนื่อย" พี่ซีดเอ่ยข้อขัดแย้ง
"แต่ในหนังสักเรื่องก็คนแบบนี้แหละนะ ที่หนูอยากติดตามชีวิตเขา"
นึกถึงผู้หญิงที่จมจ่อมอยู่ในโลกสีส้มๆ จากโคมไฟตัวใหญ่ๆ สิ
ผู้หญิงที่เอาแต่ฟังเพลงเดิมๆ วนไปวนมา พลางฮัมตาม
ผู้หญิงที่ทอดมองออกไปยังที่ไหนสักแห่ง อันจับต้องไม่ได้
"กลับบ้านเถอะ" นึกถึงตรงนี้ ฉันจึงนึกอยากกลับบ้าน
: : : :
เป็นบ้าอะไร (อีกที) ตกอยู่ใน 'ปฏิกิริยาทางใจ' แบบนี้
เป็นอันได้หยิบหนังของ หว่อง กา ไว มาดูทุกครั้ง
เออ เป็นบ้าอะไรไป...