"มาปาย มาทำชีวิตให้ช้าลงนะคะ"
พี่เจ้าของ 'ร้าน เล็ก เล็ก'ที่ตั้งอยู่ตรงปลายบันได
อันทอดขึ้นไปยังวัดพระธาตุแม่เย็น บอกฉัน
...ไม่เพียงแค่ช้าลงได้ไหมพี่ หนูอยากให้โลกหยุดหมุนไปเลย...
หัวใจฉันคิด เพียงแต่ไม่ปริปากออกไป
: : : :
รถเมล์ เชียงใหม่ - ปาย รูปลักษณ์สุดคลาสสิก
หมุนล้อพาฉันมุ่งหน้าสู่จุดหมาย
ลมเย็นในจังหวัดแห่งขุนเขา สวนทางแรงรถวิ่ง
ลอดตัวแทรกผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
สายลมลวงตาปะทะหน้า ไล้เส้นผม... อืมม์ ลมจาก 'ปาย'
อำเภอเล็กๆ ที่ตรอก ซอก ซอย ทะลุเชื่อมต่อถึงกันได้
เหมือนบ้านโนบิตะ ซิซูกะยังไงยังงั้น
ถ้ามีเพื่อนมาด้วยสักสองคน เราคงได้วิ่งเล่นไล่จับกัน
หนีเข้าทางนี้ โผล่ออกช่องนั้น...
เป็นเด็กแก่นๆ กะโหลกกะลากันสักวันจะเป็นไรไป
ดอกไม้ที่บ้านปายนาปักแต่งไว้สวย พอๆกับน้ำใจพี่ปันผู้เป็นเจ้าบ้าน
กาแฟร้าน Davinci รสชาติดีไม่แพ้รอยยิ้มเจ้าของที่มอบให้
รองเท้าแตะที่ใครคนหนึ่งถอดตั้งฉากกันไว้อย่างไม่ตั้งใจ
และน้องหมาสัญชาติปาย ที่เขาว่าเป็นมิตรกับผู้คน... เห็นจะจริง
บนแผนที่โลก ฉันอยู่ตรงนี้ เธออยู่ตรงไหน
ที่ทางที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ฉันกำลังมีความสุขดี
เธออยู่ทางนั้น สบายกายดี และสบายใจดีไหม
ฉันคิดถึงเธอทุกทีที่หายใจอยู่ที่นี่
ลมหายใจของเธอที่ตรงนั้นทอดถอนออกมาอย่างไร
จะแปลได้ว่าคิดถึงกันสักนิดหรือเปล่า...?
ฉันอยู่ที่ไหน ทำอะไร รู้สึกอย่างไร?
นั่นเอง... ฉันจึงเขียนโปสการ์ดถึงเธอ
ใครคนหนึ่งบอกไว้ว่า "มอ'ไซค์เถอะครับ โลกจะกว้างขึ้นอีกเยอะ"
นี่ไง โลกกว้างที่สองล้อพาฉันไปเห็น
คลับคล้าย road movie ขนาดสั้นเรื่องนึงที่ไม่มีพล็อตใดมากไปกว่า
ผู้หญิงคนหนึ่ง กางแผนที่ แล้วปล่อยชีวิตให้ลอยไปตามเส้นทางนั้น
ถนนที่ชันขึ้น ลาดลง ร่มเงาของไม้ใหญ่ สายแดดที่อาบจับแม่น้ำปาย
ไม่ทันที่ตะวันจะลับหายหรอก หนังเรื่องนั้น ก็จบบริบูรณ์
all about coffee มีผู้คนสลับลุกสลับนั่งกันตลอดเวลา
ฉันจับจองโต๊ะที่ถูกตั้งชื่อว่า โต๊ะบันได ในยามแดดบ่ายเริ่มอ่อนแรง
ระหว่างรอเวลากาแฟที่สั่ง มาเสริฟตรงหน้า
ฉันยกกล้องถ่ายภาพร้านไปเรื่อย และเรื่อย
แล้ว... โปรดสังเกตเงาสะท้อนในกรอบรูปชิ้นบนสุด
สุดแสนจะธรรมดา ใครๆ ก็ถ่ายออกมาได้
แต่... ง่ายๆ เท่านี้ล่ะ ฉันยิ้มได้แล้ว
ณ ริมปาย...
ฉันเฝ้ามองตะวันค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลับเหลี่ยมเขาอย่างเชื่องช้า
อีกฟ้าบรรจงสวมเสื้อผ้าไล่ตั้งแต่เสื้อสีฟ้าเข้ม ต่อด้วยกางเกงสีน้ำเงิน
แสงสว่างรำไรสะท้อนวิบวับอยู่เหนือแม่น้ำปาย
หันถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร ขณะที่แววตาปรากฏภาพตรงหน้า
รู้สึกราวกับว่า ฉันไม่ใช่ใครเลย ไม่ใช่... แม้แต่ ตินกานต์
ปายตกอยู่ในฟ้าราตรี ขณะที่ร้านมิตรไทยยังเต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง
ฉันเลือกหาโปสการ์ดที่เราต่างพึงใจต่อกัน
อีกด้านของโปสการ์ดยังว่างเปล่า
ยังไม่มีเรื่องราวใดถ่ายทอดเรียงรายบนนั้น
แต่ก็ตั้งท่าทำเป็นหย่อนทิ้งโปสการ์ดไปงั้น
อากาศเริ่มเย็นแล้ว ฉันเพียงแต่อยากเขียนในใต้ผ้าห่มอุ่น
ปายปลุกฉันตื่นแต่เช้าตรู่ ซึ่งกรุงเทพปลุกไม่ค่อยจะตื่นได้
สวมรองเท้า ออกเดินสำรวจปายยามเช้า
มือทั้งสองข้างกอดกระชับตัวบรรเทาหนาว
เพียงอ้าปากพูด ควันเบาบางก็ควะคว้างลอยออกมา
ครั้งแรกในชีวิต! ฉันแทบอยากจะพูด พูด พูด ไม่หยุด
สนุกกับการเห็นควันลอยออกจากปาก
สวัสดีค่ะ กู๊ด มอร์นิ่ง ค่ะ.... เฮ้! อาร์ ยู แฮปปี้?
หมีทู่ดูมีความสุขดี... ไม่สิ มันบอกเองต่างหากว่ามีความสุขมาก
แม้อากาศไม่หนาวเท่าขั้วโลกเหนือบ้านเกิดของหมีทู่
แต่ก็พอให้รู้สึกดีได้อยู่... เหมือนได้กลับบ้าน
จะมีสักกี่ครั้ง ที่เราออกเดินทางหากแต่รู้สึกว่านี่คือบ้านของเรา
ฉันเปรมมากเชียวล่ะคุณ...
เดินไปทางไหนก็เจอตู้ไปรษณีย์ ออกไปนอกเมืองยังมี
อ๊ะ! มีใครยังไม่รู้บ้าง ว่าฉันคลั่งตู้ไปรษณีย์เข้าไส้
หญิงสาวผู้หลงรักตู้ไปรษณีย์... ขอบคุณสำหรับชื่อนี้นะ นวพล
: : : :
อ๊า.... โลกหยุดหมุนจริงๆ ด้วย ดีใจที่มันหยุดหมุนยามที่
... มีความสุข...
all photos by tinnakarn & pai