ถ้าเราไม่ใช่คนแบบนี้... คนแบบเดียวกัน
ทะเลจะถ่ายเทความสุขไหลเวียนให้มากขนาดนี้ไหม
เพียงแค่กลิ่นลูกคลื่นเบาบางแตะแต้มที่ปลายจมูก
ฉันก็รู้แล้วว่าวันต่อจากนี้ หัวใจจะเต้นในจังหวะที่เปลี่ยนไป
หัวใจเต้นด้วยความสุข... จะกี่บ่อยครั้ง ที่เรารู้สึก

ภาพข้างหน้ายังพร่าลาง กับการเดินทางที่ไม่เตรียมพร้อม
เราหมายมั่นว่าต้องได้ไปชิลเอาดาบหน้าเป็นแน่
แต่กลัวทำไม เราอยู่ข้างกันแบบนี้
ชิลสองหัว ไม่เหงา แถมเสียงหัวเราะยังเปล่งได้ดังกว่า

ขอขอบคุณกับการต้อนรับอย่างอบอุ่น... เพราะแดดอุ่นจริงๆ
หัวเรือแหวกผืนน้ำ มุ่งหน้าสู่เกาะ ทิ้งฟองคลื่นขาวๆ ฟุ้งๆ ไว้เบื้องหลัง
น้ำและฟ้า ราวกับได้ดื่มน้ำฝนลอยมะลิหอม

เราเชิดใส่รถสองแถวที่จะหมุนล้อพาเราไปยังจุดหมาย
สองเท้าเรายังมีแรงก้าว ไหล่เรายังไม่ถึงกับทรุด
พากันแบกหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ในยามแดดตรงกับหัว
ทางเดินลาดขึ้น ลาดลง ความหนักอึ้งบนบ่า
จะมีสักกี่คนที่หันมายิ้มและหัวเราะให้กันได้
แม้ในยามยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย ตรงหน้าฉันตอนนี้ มีอยู่ 1 คนแล้ว

ทะเลคือยาขนานเอกในการชุบชีวิตมนุษย์
ฉันรอดตายมาหลายครั้งหลายครา และครั้งนี้ก็ใช่
ทะเลอาบร่าง แล้วเยียวยาไปถึงหัวใจ
ไปกี่ครั้ง ก็ต้องขอบอกขอบใจกันยกใหญ่ทุกครั้ง
ฉันตัวเล็กเท่านี้ ขอคารวะธรรมชาติอันทรงพลังอย่างนอบน้อม

แพยางสีส้มสด โค้ก และชามะนาวกระป๋อง แว่นตากันแดด
หนังสือคนละเล่ม กับหมาทะเลนอนกลางวัน 1 ตัว
บวกรวมกัน เท่ากับ ความสุขก้อนใหญ่ๆ
สองเงาในเกาหลี ของพี่ก้อง คือเล่มที่ฉันหยิบติดมือไปด้วย
ฉันเชื่อว่า เราอ่านหนังสือแบบไหน เราก็จะเป็นคนแบบนั้น
พี่ปิ๊กชอบอ่านหนังสือของ วินทร์ เลียววารินทร์
ไม่แปลก ที่เธอจะเป็นสาวช่างคิด ช่างค้น ช่างคุ้ย (หรือเปล่า)
ฉันชอบอ่านความโรแมนติก และงานเขียนที่ภาษาสวยๆ
จึงไม่แปลกอีกนั่นล่ะ ที่ฉันจะโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงแบบนี้
ถลาลงเล่นน้ำตัวเปียกหัวเปียก กระโดดขึ้นกระโดดลงแพยาง
ดำผุดดำว่าย นอนแผ่ตัวลอยบนผิวน้ำให้คลื่นซัดกายไหวๆ
ขอบฟ้าจรดขอบน้ำอยู่ลิบๆ แดดระยิบต่างระยับอยู่บนริ้วน้ำพยับเพยิบ
อยากหยุดเวลา ทว่า พระอาทิตย์ไม่ได้ยินคำขอของฉัน

ตื่นเต้นน่าดู เมื่อเห็นรอยลากไส้บนทราย เหมือนที่เคยเห็นในบล็อกของพี่คนหนึ่ง
โทรไปถามจึงกระจ่าง... ปลายเท้าวาดลากถอยหลังเหมือนเต้นบัลเล่ต์
ไส้ของเราก็จะไหลลงสู่ปลายเท้า เรี่ยราดตามพื้นอย่างน่ารัก
อีกอย่างที่ทำเอามองอย่างไม่วางตา
คือสีฟ้าของฟ้า ตัดกันสีเขียวของร่มชายหาด สดชื่น และร่มรื่น
ความงามรอเราอยู่ในทุกที่ อย่าลืมมองหา

คืนแรก เราลูบท้องด้วยมาม่าคนละกระป๋อง
ไปขอน้ำร้อนจากครัวของรีสอร์ทที่เราพัก
คุณป้าคิดค่าน้ำร้อนกระป๋องละ 5 บาท
พี่ปิ๊กพูดอย่างน่าคิดว่า เมื่อธุรกิจเข้ามามีอิทธิพล
น้ำใจมักจะลดถอยสวนทางลงเสมอ... เห็นด้วย
ค่ำคืนที่ 2 เราจ่ายเงินให้กับอาหารมื้อค่ำอันโอชะ
พฤกษ์พันธุ์สามัคคี... สันหลังชาติปรุงรส...
หิมะอาบห่มหนวดกระดิก และ ชุมชนน้ำเค็มร่วมใจพลีกาย
เราสนุกกับการตั้งชื่อเมนูอาหารที่เราสั่ง
สนุกกับการพูดคุยกัน และเพลิดเพลินกับการนอนมองดาวปิดท้ายค่ำคืน

ของเล่น เป็นมากกว่าของเล่น คือความผูกพันที่ไม่เคยเพ้อเจ้อ
เคยรักใครจนอยากแบ่งทุกความสุขให้เขาไหม
และเคยรัก 'อะไร' จนอยากปันความสุขให้กับมันบ้างหรือเปล่า
หมีทู่ สมควรได้รับความสุขเท่าเทียมกันฉัน เหตุจากความผูกพัน
ทำไมคนที่โตแล้วจะมีความหลังที่ดีกับบางสิ่งในวัยเยาว์ไม่ได้

เอาหัวใจมากองรวมกัน นับๆ ดูแล้วมันเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว
มองที่ลำแขนลำขา แดดอาบผิวจนตัวดำ
แต่ไม่ว่าแดดจะแรงสักเพียงใด อย่าให้ใจเราดำเป็นพอ
โดยเฉพาะกับคนที่ก้าวเท้าไปและกลับด้วยกัน
มีเรื่องชิลหลายเรื่องเกิดขึ้นให้เราส่ายหน้า และพากันขำ
เรื่องชิลสำหรับเรา เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้น ก็น่าจะดีกว่า
แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราเพียงแต่รับสภาพนั้น
แล้วหัวเราะให้มันอย่างมีสติ

ใครรู้บ้างว่านี่คือรูปอะไร หัวใจ?
ใช่... ทว่าเพียงเหมือนหัวใจ แต่ไม่ใช่หัวใจ
ค่ำคืน มีการปล่อยโคมที่ชายหาด
ฉันจับภาพไว้ได้ แต่ภาพโคมลอยสู่ฟ้าเบื้องบนหายไป
กลับได้หัวใจมาแทน...
............................................................................
กลิ่นทะเลยังอุ่นอยู่ที่ปลายจมูก รอยยิ้มยังประทับที่ดวงตา
Sea You Next Love.
อยากไปทะเล
พรรณาซะอยากไปเลยอ่ะ!! ไม่นึกเลยว่าแม่นางจะอินกับบรรยากาศได้ถึงเพียงนี้ วันหลังขอข้าน้อยติดตามไปไปด้วยนะ แต่รูปสวยโดนใจมั่กมากหว่ะ แม่นางดิจิ(ดอล)