ฉันกลับมาถึงห้องขณะที่นาฬิกาข้อมือบอกเวลาตี 3
เปล่าเลย ฉันไม่ได้นั่งปั่นงานอยู่ที่ออฟฟิศจนเกินเวลาตอกบัตรกลับ
3 ทุ่ม งานยังคั่งค้างอีก 2 คอลัมน์
ทว่าจอคอมดับวูบลงแล้วในตอนนั้น
ตอนที่ โป้ย น้องสาวร่วมออฟฟิศเอ่ยชวน
"ไปด้วยกันไหมพี่?"

จะด้วยความตั้งใจกับงานที่ล้มเหลวหรืออะไรก็แล้วแต่
ฉันผละจากงานตรงหน้าในทันที
เก็บกระเป๋า แล้วเตรียมตัวเต้นไปพร้อมฝูงชนแห่งค่ำคืน
เพลงถูกกระหน่ำเปิด สลับวงดนตรีกระหน่ำเล่นใน Prop Bar
เหล้าบางๆ ถูกแสงสีเข้มภายในร้าน กลบสีอำพันอ่อนๆของมันไปเสียหมด
น้องสาวคะยั้นคะยอให้ดื่ม และดื่ม
แต่เธอกลับเมามึนนำหน้าฉันไปก่อนหลายขุม
เพลงสนุกขึ้นทุกที แอลกอฮอล์แผลงฤทธิ์
ฉันเต้นราวกับพรุ่งนี้จะเต้นไม่เป็นอีกแล้ว
"ก้นไม่ได้แตะเก้าอี้เลย"
ใครคนหนึ่งที่ร่วมโต๊ะ สังเกตพฤติกรรมฉัน แล้วเอามาแซว
ไม่เมาไม่มาย สติสมบูรณ์พร้อม
แต่มันกลับมีผลข้างเคียงด้านความรู้สึก
ไขกุญแจเปิดเข้าห้อง เพื่อจะพบว่าฉันคือสิ่งมีชีวิตเดียว
เหงา และคิดถึงใครบางคน
ถ้าเป็นเช่นนี้ สู้เมาเละเทะไปเลยดีกว่า
นักวิทยาศาสตร์บอกว่า สสารไม่หายไปจากโลก
ความรู้สึกคงเป็นสสารประเภทหนึ่ง
ที่นอกจะไม่หายไปจากโลกแล้ว
มันยังไม่เคยหายไปจากใจด้วย
ต้นเหตุเกิดขึ้นง่ายๆ ในระหว่างทางที่มุ่งตรงไปย่านอาร์ซีเอ
ร้านสุกี้ เรือนเพชร ที่เราเคยจูงมือไปกินด้วยกัน
วันนั้นเราแอบจับมือกันอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครเห็น
สุกี้อร่อยเป็นพิเศษ อ้อ! เพราะใครคนนั้นนั่นเอง
พ่อครัวเอกของฉัน...
ช่างเถอะ สสารมันไม่เคยหายไปจากโลกอยู่แล้วนี่
..........................................................................................
- เพื่อนของพี่ฝนบอกว่าฉันเต้นน่ารัก
เหมือนตุ๊กตาไขลาน ที่ลานไม่เคยหมด เต้นได้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เป็นคำชมที่ดูเข้าท่าแฮะ ตุ๊กตาไขลาน
- คืนนี้ จะนอนได้อย่างไร?
เพิ่มเติม 19/11/06
- วันอาทิตย์ เขียนต้นฉบับอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพัง
พร้อมเปิดเพลงเศร้าให้ไหลอวลไปทั่วห้อง
... จงอย่าให้เพลงทำร้ายเรา
ให้มันฆ่าเราเลยดีกว่า
ไม่ได้เศร้านะ แค่เหงาพอประมาณ