วันนี้ทาเล็บสีเขียว...
สีเขียวสด มีประกายมุขเล็กน้อย
ทุกครั้งที่ทาเล็บ ฉันจะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเสมอ
เมื่อวานนี้ ความรู้สึกที่ผุดพุ่งขึ้น
ช่างรุนแรงต่อหัวใจจริงๆ
แรงเสียจน การทาเล็บ ก็ช่วยอะไรไม่ได้
แต่ก็พยายามทาต่อไปจนครบทั้งสิบนิ้ว

photo by tinnakarn
วานนี้ ไปงานเวิร์คชอปที่ซอยสุขุมวิท 53
ระหว่างทางเดินเท้า
ผ่านร้านหนังสือที่แบ่งส่วนหนึ่งเป็นร้านอาหาร
ร้าน... ที่เราเคยไปด้วยกัน
ไม่สิ ไม่ใช่เราอีกต่อไปแล้ว
ก็แค่ ฉันและเธอ เคยไปด้วยกันก็เท่านั้น
BooK 53...
ชิงช้าตัวที่เราเคยนั่งเคียงกัน ยังดำรงอยู่ในตำแหน่งเดิม
ฉันไม่ทันสังเกต ว่าสีของมันหม่นลงไหม
มีอะไรตรงไหนผุพังบ้างหรือเปล่า
เท่าที่สังเกตได้... เท่าที่สายตาที่มองเข้าไปจะเห็น
ฉันเห็นความคิดถึงล่องลอยอยู่
คิดถึงวันที่เราโยกชิงช้าด้วยกัน
แล้วผลัดกันป้อนขนมที่เธอชมว่าอร่อยนักหนา
ฉันว่า มันไม่ได้อร่อยมากมายนักหรอก
เธอต่างหาก ที่ทำให้ชิงช้าตัวนี้น่านั่ง
ขนมจานนั้นก็ดูจะมีรสที่หวานลิ้นกว่าที่เคย
ขากลับ ฉันชะเง้อมองเข้าไปในร้านอีกครั้ง
เห็นทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ ที่เราเคยแอบส่งยิ้มให้กัน
ความหมายที่มีอยู่ในยิ้มนั้น ทำเอาฉันเผลอมั่นใจไปว่า
เราจะได้กลับมาที่นี่ด้วยกันอีก จนนับครั้งไม่ถ้วน
ฉันเข้าใจผิดมาตลอด....
คิดถึงเธอจังเลย
คิดถึงเสียจน ต้องวิ่งไปหาพี่ที่จัดอาร์ตพ๊อกเกตบุ๊คเล่มใหม่
ขอเพิ่มบางถ้อยคำในหนังสือเข้าไป
ประโยคเดิมที่ตั้งใจเขียนไว้มีแค่ว่า
"ขอบคุณที่พี่สละเวลาเอาจดหมายเก่าๆระหว่างเรามาให้อ่าน"
ถูกเพิ่มเติมด้วยถ้อยคำกระชับสั้นว่า
"และยังคิดถึงพี่เสมอ"
หวังว่าเธอจะมีโอกาสได้อ่านความในใจของฉันสักครั้ง
ฉันกำลังหวังลมๆแล้งๆหรือเปล่า
บ้าจริง ทำไมความคิดถึงมันมีอิทธิพลมากมายเพียงนี้
มากเสียจนใครคนหนึ่งที่หมายมั่นว่าจะหันหลังให้อดีต
ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง กลับไปนั่งมองมันอีกครั้ง
บ้าจริง... ความคิดถึงมันใหญ่ และหนักเกินไปแล้ว
................................................................

เห็นปกพ๊อกเกตบุ๊คเล่มใหม่แล้ว
ชอบมากๆ ตู้ไปรษณีย์หลายหลากเรียงราย
ปกหลังสีแดงสด แนบซองจดหมายเล็กๆไว้
เข้าที่เข้าทางเมื่อไร จะพาปกมาเปิดตัว
ปลื้ม... จบ.