พักนี้ ฉันฝันบ่อย ไม่เชิงฝันดี แต่ก็ไม่มีฝันไหนร้าย
ฝันเห็นแม่น้ำ บางทีก็ถึงกับกระโจนลงไปแหวกว่าย
ฝันเห็นถนน ฉันกำลังขับรถคันใหญ่มุ่งไปที่ไหนสักแห่ง
ฝันเห็นคนบางคน ที่พูดต่างภาษา แต่เรากลับสนทนากันได้คล่องปาก
ทุกฝันมีความรู้สึก ที่ฉันเองก็นึกไม่ออกว่าควรใช้คำใดอธิบายความ
ทว่าทุกครั้งที่ตื่น คล้ายฝันจะเกาะไหล่กอดคอตามมาด้วย
บางความรู้สึกห้องเติ่งอยู่ที่ขนตาบน
ถ่วงรั้งให้เปลือกตาหลับลง แล้วฝันซ้ำอีกครั้ง
หนักหน่อย ฉันก็คิดเอาว่าเป็น sign ที่มักช่วยชีวิตฉันไว้เสมอ
เบาหน่อย ก็เพียงเล่าให้แม่ฟัง แล้วลุ้นว่าหวยงวดนั้นอาจจะถูก

วันนี้ ฉันเพิ่งปฏิเสธงานไปอีกชิ้น ด้วยความรู้สึกย่ำแย่
เป็นงานที่ฉันรับปากพี่คนหนึ่งไว้ด้วยความเกรงอกเกรงใจ
เพียงการสัมภาษณ์คู่รักคนดังของวงการ ถอดเทป แล้วเขียน
ไม่เห็นจะลำบากยากเย็นตรงไหน
แล้วทำไมถึงไม่มีกะจิตกะใจจะทำมากขนาดนี้
ต้นเหตุไม่ใช่คู่รักที่ฉันต้องสัมภาษณ์
่ใช่ว่างานในจะเยอะมาก (เพิ่งปิดเล่มไป พรุ่งนี้ล่ะ มันจะมาอีกแล้ว)
แต่รู้สึก ติสท์กิน และ ฟิวล์ตก อย่างไรไม่ทราบ
อ้อ! เอาเหตุผลจริงๆใช่ไหม ก็เพียงเพราะฉันไม่โอเคกับคนว่าจ้าง
พี่โหน่ง วงศ์ทนง เขียนไว้ในหนังสือ อิฐ ของพี่นิ้วกลม ว่า
ตัวหนังสือเรามีค่า
ฉะนั้นอย่าไปเขียนคำนิยมให้กับใครง่ายๆ ถ้าเราไม่รู้สึกเช่นนั้น
ใครจะตีราคาค่างวดตัวหนังสือของฉันเท่าไรก็ตามเถอะ
'ตัวหนังสือของฉัน' มันมีค่าสำหรับฉันล้นพ้น
ไม่ได้หยิ่ง ผยอง ทะนงตน... ง้อฉันสิ ง้อฉันเลย! ผิดแล้ว
ใครคิดเช่นนั้น ฉันก็ว่าคุณมองอาชีพนักเขียนผิดไปไกล
่ฉันเพียงไม่อยากมาอ่านงานสั่วๆลายมือตัวเอง
แล้วได้แต่บ่นอุบว่า เขียนมาได้ไง ทุเรศฉิบเป๋ง
ความรู้สึกมันแย่ตั้งแต่การจ้างวานแล้ว
ใช้สมองเค้น มือทำสักแต่ว่าเสร็จ น่ะไหวอยู่
แต่จนใจจริงๆ หัวใจลาพักร้อนจนกว่างานชิ้นนี้จะเสร็จน่ะคุณ
ในเมื่อเราเลือกได้ ว่าจะสร้างแบบไหนทิ้งไว้บนโลก
ทำไมเราไม่เลือกในสิ่งที่ทำแล้วเรามีความสุขล่ะ
(ตกงาน หรือกำลังจะอดตาย ค่อยว่ากันอีกที)
"ขอโทษนะคะพี่ ที่หนูมาบอกพี่เอาวันนี้ ทำให้งานล่าช้า
นี่คือบทเรียน ต่อไป หนูจะซื่อสัตย์กับใจ และกล้าหาญให้มากกว่านี้"
ขอโทษนะคะ... หนูขอโทษ
...................................................................
วันพุธนี้จะไปเพชรบูรณ์
ครั้งที่แล้ว ฉันไปตอนส่งท้ายลมร้อน ต้อนรับสายฝน
คราวนี้จะไปยามปลายฝนต้นหนาว
หวังว่า อะไรๆที่เคยผ่านมา มันจะผลิกกลับเป็นสบายใจมากขึ้น
ด้วยความตั้งใจส่วนตัว ฉันจะไปแบบติสท์ครอบหัวให้มากที่สุด
สร้างกำแพงล่องหนให้ตามห้อมล้อมฉันไปทุกที่
ทว่าทุกครั้งที่เดินทาง ตั้งใจเช่นนั้นทุกที แล้วก็ล้มเหลว
ใครคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า
ฉันชอบทำเป็นโหยหาสังคม เวลาที่อยากอยู่ในโลกส่วนตัวสุดๆ
ฉันทำเป็น 'คุยได้ เข้ามาเลย ฉันคอยพวกคุณให้เข้ามาหาอยู่'
ทั้งที่ 'ได้โปรดเถอะ ฉันอยากอยู่กับตัวฉันเองเพียงลำพังในตอนนี้'
มันก็ไม่พ้นนิสัยขี้เกรงใจเกินเหตุของฉัน และไม่กล้าหาญสักเท่าไรนัก
"ซื่อสัตย์กับใจ และกล้าหาญให้มากกว่านี้"
คงต้องท่องคำนี้ตลอดสองวันในเพชรบูรณ์
.................................................................
ใกล้เวลานอนอีกแล้ว
มั่นใจว่าคืนนี้ ใต้เปลือกตาคงไม่ใช่สีดำสนิทอีกเช่นเคย
แม่น้ำ ถนน และใครคนนั้น อาจปรากฏตัว
แม้จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามาปลุกให้ฉันตื่นในโลกฝัน
ฉันภาวนาให้สิ่งนั้นนำฝันดีมาด้วย
ไม่ขออะไรมากเลย
หนึ่งในฝันดีของฉัน... ฉันเห็นเธอ.

เพิ่มเติ่ม เวลา 1.54 น.
วันอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรหนอ
พาน้องสาวไปดูคอนเสิร์ต ดง บัง ชิน กิ
ยอมสละความสนุกของตัวไป ทำตามที่แม่ขอไว้
"พาน้องไปดูหน่อย น้องมันอยากดู" เอาก็เอา!
ได้ข่าวว่าฝนตกเหมือนปีที่แล้ว แต่เด็กศิลปากรก็ยังระรื่นได้
ปีหน้านะ หวังว่าคงไม่มีคอนเสิร์ตอะไรมาชนอีก
ด้วยความเคารพค่ะ อาจารย์ ศิลป์.