หลังการประชุมเสร็จสิ้น
คอลัมน์ที่เพิ่มขึ้น ค้างอยู่ในหัวของฉันตั้งแต่เมื่อคืน
แต่ฉันก็ยังตื่นเช้าได้ และเป็นเช้าที่เช้ากว่าทุกวัน
มาถึงออฟฟิศ ทุกอย่างเงียบสงัด
มีเพียงเจ้าลาเต้ หมาที่ผยองตัวเป็นเจ้านายคนในออฟฟิศ
ที่มาเฝ้าหน้าประตูแต่เช้า
รอเวลาให้ใครสักคนมาเปิดให้มันเข้าไปข้างในพร้อมกัน
ฉันเปิดเพลง แล้วร้องตามอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
แม้ฉันจะเชื่อว่าเสียงเพลงเนรมิตความสดใสได้
แต่ก็ไม่วายที่เพลงแรกของการเริ่มต้นวันจะกลายเป็นเพลงเศร้า
ฉันกังวลว่า วันทั้งวัน อดีตจะตามหลอกหลอนฉันอีกไหม

อีเมลทักทายจากคนที่ห่างหายไปนาน ทำเอาใจฉันสั่นไปพักใหญ่
ความตั้งใจที่จะแสร้งเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร
กับความรักที่ไม่สมหวัง ต้องเป็นอันพังทลาย
ในเพียงคำขึ้นต้นว่า "สวัสดี" ของใครบางคน
ใจฉันมันก็แค่นี้ เปราะบาง อ่อนไหวง่าย และเคยบอบสลายมาแล้ว
แต่ฉันควรจะยินดีมิใช่หรือ กับมิตรภาพที่ยังอยู่
กับความทรงจำครั้งเก่าก่อนที่ยังถูกถนอมรักษาไว้
แล้วเหตุใดฉันจึงใจร้ายกับตนเองได้ลงคอ
แค่จะขอกลับเข้าไปดูในห้องหับหัวใจสักครั้ง
ฉันก็ยังจะหอบเอาความร้าวรานออกมาด้วย
คำคิดถึงที่ส่งมา จะแปลนัยยะไปในทางใดได้บ้าง
มันจะพอเข้าเค้าความคิดถึงที่ฉันมีหรือไม่
หลายครั้ง ที่ฉันอยากให้มันกลายเป็นความรู้สึกที่สามารถจับต้อง
แต่แล้ว ฉันไม่เข้มแข็งมากพอที่จะกลับไปสัมผัสสิ่งนั้น
แค่ปลายนิ้วแตะ ก็ราวกับมีคลื่นไฟฟ้าแล่นเข้าไปเผาไหม้ถึงข้างใน
ฉันทรมานตัวเองมามากเกินไปแล้ว
เพียงแค่ความคิดถึง
คงไม่มีอำนาจมหาศาลถึงขั้นทำร้ายใจใคร
เท่านี้เอง...ฉันขอเท่านี้เอง
แต่อยากให้ยิ้มไว้นะครับ
อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายจัง
ความคิดถึงไม่ทำร้ายใครแต่ทำร้ายใจเราเอง...คิดถึงเขาแต่เราก็รักตัวเอง...มากพอ