วันเสาร์ ยามบ่ายแก่ที่แดดยังงามนัก
สวัสดีมากๆค่ะ
เมื่อคืนฉันเป็นบ้าอยู่พักใหญ่ ทำไมเธอที่ห่างหายไปจากชีวิตเนิ่นนานแล้ว จึงกลับมามีตัวตนในโลกที่หมุนไปอย่างเชื่องช้าของฉันได้ มันทรมานมากจริงๆนะคะ ไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกได้ถึงปริมานความเจ็บปวดของมันหรือเปล่า

โทรศัพท์มือถือค้างอยู่ในมือของฉันนานสองนาน หมายเลขปรากฏขึ้นทีละตัว ฉันยังจำตัวเลขทั้งหมดได้ดีแม้ว่ามันแทบจะไม่ได้ถูกใช้งานมานานนับแล้ว ฉันอยากส่งเสียงไปถามว่า "เธอสบายดีไหม" และอยากได้ฟังคำตอบว่า "ไม่ค่อยสบายเท่าไร" กลับมา แล้วฉันก็จะพูดต่อไปว่า "งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ พักผ่อนมากๆ ทานข้าวตรงเวลา และอย่าทำงานหนัก" อย่างน้อยที่สุด เธออาจจะรับรู้ได้ว่า ฉันยังห่วงใยเธอไม่เปลี่ยน
พักนี้ฉันทำงานหนักค่ะ ฉันเพิ่งสะสางต้นฉบับพ๊อกเกตบุ๊คเล่มใหม่เสร็จไปหมาดๆ ถ้าไม่อะไรผิดพลาด น่าจะวางขายประมาณเดือนเมษา ถ้าเธอแวะเวียนเข้าร้านหนังสือ และผ่านตา ฉันขอรบกวนเธอสักนิด หยิบขึ้นมาเปิดดูเสียหน่อยนะคะ ฉันเขียนถึงเธอเอาไว้... เห็นไหม ฉันเคยลืมเธอได้เสียที่ไหนกัน
ฉันเพิ่งคุยกับพี่สาวคนหนึ่ง เกี่ยวกับเครื่องลบความทรงจำ เธอว่าจะดีไหม ถ้าฉันจะลองใช้มันสักครั้ง พี่สาวบอกว่า มันหมายความว่าความทรงจำของเราจะว่างเปล่า ไม่มีอะไรหลงเหลือให้คิดถึง แต่ฉันสงสารใจตัวเองจริงๆค่ะ แค่ลบบางอย่างเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต เพราะสิ่งเหล่านั้นมันดำรงอยู่อย่างเรื้อรัง และเบียดเบียนปัจจุบันมากเกินไปแล้ว
ฉันคิดว่าเธอคงเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่ ถ้าเธอรู้ว่าความทรงจำที่ฉันอยากลบล้างไปนั้น มีเธออยู่ในทุกพื้นที่ เธอเคยเวทนาความรักระหว่างเราไม่ใช่หรือคะ เพราะเราไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ แล้วเหตุใด เธอจะยังปล่อยให้มันกัดกร่อนหัวใจของฉัน ที่กำลังเว้าแหว่งลงไปทุกทีได้ลงคอ
ถ้าเสียงของฉันกรีดร้องดังมากพอ ฉันก็ขอแค่ความเห็นใจ...
ป.ล. พ๊อกเกตบุ๊คเล่มแรกของฉัน เธออ่านจบหรือยังคะ หรือว่า เธอหลงลืมทิ้งมันไว้ที่ไหนแล้ว