เมื่อคืนนี้
...................................
ตี 3 แล้วจ้ะเธอ
หนังสือเล่มที่ฉันอ่านค้างไว้ก่อนที่จะมาเขียนคุยกับเธอ
เหลืออีกเพียงไม่กี่หน้า ก็จะถึงหน้ากระดาษสุดท้ายแล้ว
นับตั้งแต่ โตเกียวไม่มีขา ของพี่นิ้วกลม
GIFT ของพี่อ้น สราวุฒิ (กำลังจะ) เป็นอีกเล่มหนึ่ง
ที่ทำให้ฉันอ่านไปจนจบเล่มได้
หลังจากที่ไม่ได้อ่านหนังสือแบบถึงหน้าสุดท้ายจริงๆมานานแล้ว
กลางคืนโดดเดี่ยวเสียจริง เงี่ยหูฟังเสียงใจตัวเอง
กลับพบว่า แม้จะปรากฏเสียงอึกทึกครึกโครม
แต่พื้นที่แคบๆ ณ ตรงนี้
ก็ยังอยากจะโดดเดี่ยวโดยไม่ต้องพึ่งพาจิตใจใครต่อไป

เธอคะ...
6 คืนในหนึ่งอาทิตย์ที่เรานอนหลับข้ามค่ำคืนเคียงข้างกัน
ฉันฝันดี...ความฝันดีๆนั้นมีสี
และบางคราวฉันรู้สึกว่ามีกลิ่นดอกไม้หอมๆ
ในคืนที่ 3 คืนที่ 4 แม้จะหลับตาไปแล้ว
แต่ความสุขก็ยังคอยจุมพิตที่เปลือกตา
ราวกับว่ากำลังกล่อมคนที่ไม่เคยนอนหลับอย่างเป็นสุขมาก่อน
ฉันไม่อยากลืมตาตื่น
ฝันดีขนาดนั้น ฉันหวงแหนมันเหลือเกิน
คืนนี้ บนเตียงหลังเดิม
มีฉันนอนเพียงลำพังมีไว้เพียงคำสัญญา
ว่ารุ่งเช้าเธอจะรีบมาหา รีบมาปลุกฉันให้ตื่นจากฝัน
แม้กระนั้น คืนนี้ ความสุขก็ยังเป็นรูปเป็นร่างอยู่ได้
ความสุขมันถูกสะสมทีละนิดทีละน้อย
จะมีปริมาณลดน้อยถอยลงบ้าง
ก็ยามที่ความทุกข์ การเรียกร้องต่างๆนานา
เข้ามามีบทบาทเหนือจิตใจอันอ่อนโยนของเรา
แต่อย่างไรก็ตาม ความสุขก็ยังมีพื้นที่กว้าง
ให้ฉันได้โลดเต้นเริ่งร่าได้มากกว่า
มากเสียจนฉันอยากตะโกนออกมาดังๆเสียเดี๋ยวนี้ว่า
ชีวิตของฉัน ช่างเต็มตื้นแค่ไหน
ตะโกนให้ดัง ตะโกนให้ไกล
เพื่อเธอที่กำลังหลับใหล
จะได้ยิน จนต้องรีบมาหากัน
แค่ความเคยชิน...
ฉันไม่ได้ยินดีปรีดากับความเปลี่ยวเหงา
ที่ฉันสร้างภาพเอาไว้สวยหรูนั่นนักหรอก
ฉันอยากมีเธอมาอยู่เคียงข้าง
แม้โลกจะหมุนไปอย่างอ้างว้าง
แต่ฉันก็ยังมีใครให้จับมือกันเดินหมุนไปตามโลกใบนี้
ฉันยอมแล้ว
เพราะความรัก ช่างมีอำนาจล้นพ้น.
..หวัดดีอดีตเด็กDEC